ไม่พูดพร่ำทำเพลง แปะรูปก่อนเลยละกัน...
จริงๆแล้วรูปนี้จะต้องเป็นรูป"วันสิ่งแวดล้อมโลก" เมื่อวันที่ 5 แต่ทว่า....!!
เปิดคอมฯ มาแล้วพบกับ...
No data in C: ....ห๊ะ !? โอ้ววว โน่ววว ข้อมูล 60 Gb ของฉัน !!
จากวันสิ่งแวดล้อมโลก ก็เลยกลายเป็นอย่างที่เห็นนี่ล่ะ... -..-
ต่อด้วย Fic
ความเดิมตอนที่แล้ว...
หลังจากสาวน้อยรสรินถูกเหล่าซอมบี้ลึกลับเข้าจู่โจม ซึ่งบงการโดยสาวชุดดำในเหตุการณ์รถไฟด่วนพิเศษสายตะวันออก เคราะห์ดีที่ได้ บอส แม็คเบ็ท มาช่วยไว้ได้ทันถึงแม้ไม่ค่อยเหมือนช่วยเท่าไรก็เถอะ ทั้งนี้รสรินก็ได้สัญญาว่าจะไป เดท กับเขาเป็นการตอบแทนไปซะด้วยสิ ทำไงดีล่ะเนี่ย เบื้องหลังในขณะนั้นก็มีสาวชุดกระต่ายผมสีฟ้าลึกลับปรากฏตัวขึ้นต่อรองกับสาวชุดดำ เพื่อหยุดการจู่โจมของเหล่าซอมบี้ เขาเป็นใครกัน และทำแบบนี้ไปเพื่ออะไรกันนะ...!?
Nightfall’s Rosette
Day light 3.0
ณ สถาบันเมกิโดเนียร์ ช่วงบ่ายสองโมงของวันศุกร์ ที่ 7 พฤษภาคม ปี 1999 ซึ่งเป็นช่วงเวลาสำหรับกิจกรรมชมรม นักเรียนทุกคนที่ได้สมัครเข้าร่วมชมรมต่างๆแยกย้ายกันเข้าชมรมของตนเพื่อทำกิจกรรม เว้นเสียแต่เหล่ากรรมการนักเรียนที่ยังคงต้องปฏิบัติหน้าที่ตามที่ได้รับมอบหมายจากคณะกรรมการนักเรียน
“นี่ๆ ท่านพี่คะ...” เด็กหญิงร่างเล็กผมหางคู่ในชุดนักเรียนระดับเซคันด์เดินตามหลังเด็กสาวใส่แว่นคนหนึ่งอย่างเร่งรีบ
“.....” สาวแว่นรสรินไม่ตอบสนองเอาแต่รีบเดินเพื่อขึ้นไปห้องคณะกรรมการนักเรียน
“นี่ๆ ท่านพี่คะ... ยังไม่หายโกรธหนูอีกเหรอ นี่ก็สามวันแล้วนะ...ท่านพี่รสริน เซคเร็ดฮาร์ท”
“รำคาญจริง !! เมื่อไรจะเลิกตามฉันซะที !!” รสรินหันไปตอบและแลเห็นกุหลาบสีน้ำเงินปักด้วยกางเขนโรซารี่แทนที่ผ้าปิดตาด้านขวา “แล้วเครื่องประดับนั่นมันอะไรกัน ผิดระเบียบไม่ใช่หรือไง !?”
เช้ามืดเมื่อสองวันก่อน ณ หอพักที่ไร้แสงไฟมีเพียงแสงจันทร์ส่องสว่างผ่านเมฆหมอกยามฝนจาง โดยรอบล้อมด้วยเสียงหยดน้ำจากต้นไม้ ถาดรองน้ำฝน ที่ล่วงล่นลงสู่ผืนแผ่นดินที่น้ำฝนเจองนอง
“ร้อน อา... ร้อน โอยอึดอัดจัง” เด็กสาวละเมอขณะนอนหลับ เธอรู้สึกร้อน อึดอัดเหมือนถูกอะไรบางอย่างทับร่างอยู่ เธอละเมออยู่อย่างนั้นจนแสงอาทิตย์ยามเช้าแยงนัยน์ตา
กริ๊งงง... !! นาฬิกาปลุกหัวเตียงส่งเสียงเรียกสาวน้อยขึ้นจากภวังค์ ดูเหมือนเธอจะเริ่มรู้สึกตัวแล้ว
“....เช้าแล้วเหรอ” เด็กสาวลืมตาตื่นขึ้นแต่เธอก็นอนอยู่อย่างนั้นพักหนึ่ง แล้วยื่นมือหยิบแว่นที่หัวเตียงมาสวมใส่ “เอ๊ะ...? เรามาอยู่ตรงนี้ได้ยังไงกัน”
ฮึบ... ขณะที่รสรินกำลังลุกจากเตียงก็รู้สึกมีอะไรบางอย่างทับเธออยู่ เธอจึงดึงผ้าห่มออกจากตัวทันใดนั้นเองก็เห็นเด็กหญิงร่างเล็กโรเซลิต้านอนกอดทับเธออยู่ จากนั้นจึงมองไปบนฝ่าเพดานแล้วหัวเราะแห้งๆเบาๆ “แหะ...แหะ...”
“นี่ โรเซลิต้า” รสรินเอามือทั้งสองของเธอแนบที่แก้มโรเซลิต้าพยายามปลุกให้ตื่น
“งืม... ท่านพี่คะ...” เด็กหญิงลืมตาสะลึมสะลือ “อรุณสวัสดิ์ค่ะ...”
รสรินยื่นหน้าเข้าใกล้โรเซลิต้าช้าๆ ใบหน้าของเด็กหญิงร่างเล็กตอบสนองด้วยสีของเลือดฝาดบนใบหน้ามันเด่นชัดขึ้นทุกระยะที่รสรินเคลื่อนเข้าใกล้
“หลับตาสิจ๊ะ” สาวแว่นพูดบอกกับเด็กหญิงตรงหน้า
“อา... ไม่ได้นะคะ ท่านพี่...นี่ยังเช้าอยู่เลยนะคะ...” โรเซลิต้าปฏิเสธแต่ก็ทำตามที่รสรินบอก
“ในห้องนี้เมื่อคืนน่ะ...”
“เอ๊ะ...?”
“เป็นฝีมือเธอใช่ไหม !! โรเสท วี โลลิต้า เมกิโดเนียร์ !!” ตูมมมมมมมมม !!~
เด็กหญิงร่างเล็กคว่ำหน้าจมกองอยู่บนเตียงด้วยหัตถ์พิพากษาแห่งสรวงสวรรค์จากสาวแว่นรสรินด้วยอารมณ์ของขึ้นอย่างรุนแรง
กลับมาเวลาปัจจุบันอีกครั้งหนึ่งทั้งคู่กำลังเดินไปห้องคณะกรรมการนักเรียนอย่างเร่งรีบ ระหว่างทางก็โต้เถียงพูดคุยกันไปด้วยไม่ได้ระมัดระวังตัวอะไร ทำให้โรเซลิต้าเดินชนกับอาจารย์ชายวัยกลางคนๆหนึ่งเข้าขณะที่เขากำลังเดินออกจากห้อง
“อ๊ะ !!” โรเซลิต้าเซไปทางด้านหลังเล็กน้อย เธอหยุดมองไปที่อาจารย์คนนั้นแต่นิ่งเงียบ
“อะไรเนี่ย ระวังกันหน่อยสิพวกเธอ ระเบียงไม่ใช่ที่เอาไว้วิ่งเล่นนะ ชนแล้วไม่รู้จักขอโทษอีก”
“ขะ ขอโทษค่ะ คือพวกหนูกำลังรีบน่ะค่ะ” รสรินขอโทษแทนโรเซลิต้าที่เดินชนอาจารย์คนนั้นอย่างนอบน้อม “คราวหน้าพวกหนูจะระวังกันให้มากกว่านี้ค่ะ กรุณายกโทษให้ด้วยเถอะนะคะ”
“เธอไม่ได้ทำผิด มาขอโทษทำไมกัน ยัยนี่ต่างหากที่ทำผิดไม่ใช่เธอ” เขาไม่ยอมรับคำขอโทษจากรสริน “แล้วนี่มันอะไรกัน ถึงขนาดใส่เครื่องประดับมาสถาบัน !! กฎระเบียบมีในหัวบ้างไหมนังเด็กโง่ !!”
“....อารมณ์เสียแล้วอย่ามาพาลใส่เด็กสิ อีกอย่างนี่เป็นอุปกรณ์ที่ใช้รักษาตานะ มีใบรังรองแพทย์ด้วยนี่ไง” โรเซลิต้าโต้ตอบพร้อมอธิบายและหยิบใบรับรองแพทย์ยื่นให้อาจารย์คนนั้นดู
เพี้ย !! “ไอ้ของแบบนี้น่ะ !!” เขาตบมือที่ยืนใบรับรองออกไปแล้วยื่นมือไปดึงเครื่องประดับที่ตาขวาของโรเซลิต้าโดยไม่ยั้งมือ
กรี้ดดดดด...!! พรวด... แปะๆๆ... โรเซลิต้ากรีดร้องด้วยความเจ็บปวดพร้อมโลหิตที่พุ่งพรวดจากเบ้าตาขวาจำนวนมาก เธอทรุดลงไปนั่งเอามือทั้งสองกดแผลไว้แล้วร่างของเธอก็ล้มลง
“โรเซลิต้า ทำใจดีๆไว้ !! อย่าพึ่งมาหลับตอนนี้สิ !! ตื่นเร็วเข้า ลืมตาสิ !!” รสรินกระวนกระวายกับสภาพของเพื่อนสาว แล้วจึงหันไปขอความช่วยเหลือจากอาจารย์ท่านนั้น
“มะ... ไม่จริงน่า นี่ฉัน...” เขายังคงตกใจกับภาพที่ได้เห็น สติของเขาหนีเตลิดเตลิงทำอะไรไม่ถูกดวงตาของเขาเบิกโพลงสีหน้าซีดเผือก
รสรินเห็นดังนั้นจึงตัดสินใจอุ้มร่างเด็กหญิงขึ้นมาแล้วรีบวิ่งลงไปที่ห้องพยาบาลที่ชั้นหนึ่งอย่างรวดเร็วระหว่างทางสวนกลับกับหัวหน้าห้อง กอร์ส ลองเกอด็อก
“กอร์ส เรียกรถพยาบาลให้ฉันที เร็วเข้า !!” รสรินสั่งการแล้วมุ่งตรงไปห้องพยาบาล
“อ...อืม” กอร์สตอบรับอย่างง่ายๆแล้วหยิบโทรศัพท์มือถือโทรแจ้งโรงพยาบาล ‘ลูเซีย เมโมเรียล’ ในทันที
ณ ห้องผู้อำนวยการ สถาบันเมกิโดเนียร์ ภายในห้องอบอวลด้วยบรรยากาศตึงเครียดอึมครึมอย่างที่สุด แผ่ออกมาจากบุคคลเพียงสองคนภายในห้องซึ่งก็คือผู้อำนวยการและอาจารย์เจ้าของเหตุการณ์
“คุณไม่คิดหรือว่าคุณทำเกินกว่าเหตุ” ผู้อำนวยการยืนหน้าไปทางหน้าต่างหันหลังคุยกับอาจารย์คนนั้น “ผมคงต้องไล่คุณออก” เขากล่าวอย่างไร้น้ำใจ
“ทำไมล่ะครับท่านผู้อำนวยการ !!” อาจารย์คนนั้นไม่พอใจอย่างมาก “แล้วที่ผ่านๆมาล่ะครับ ผมทุ่มเทให้กับสถาบันด้วยกายและใจ สร้างชื่อเสียงให้มาก็มาก ทำไมแค่ครั้งนี้แค่ครั้งเดียวถึง...” เขายืนขบฟันกำมือแน่นสั่นเทา
“ผมพูดชัดเจนแล้ว” ผู้อำนวยการตอบสั้นๆ ทำเอาอาจารย์วัยกลางคนท่านนี้ถึงกับคอตกเขาก้มหน้ารับชะตากรรมอย่างหลีกเลี่ยงไม่ได้หันเดินออกจากห้องกลับไปอย่างสิ้นหวัง...
หวอๆ เสียงไซเรนจากรถพยาบาลดังออกห่างออกไปเรื่อยๆ หลังจากเจ้าหน้าที่นำตัวเด็กหญิงผู้เคราะห์ร้ายใส่เปลหามขึ้นรถไปอย่างเร่งรีบโดยมีอาจารย์มารี มาโซลีอัม ติดตามขึ้นรถไปด้วย สาวน้อยรสรินยืนมองด้วยสีหน้าเป็นกังวล ท่ามกลางหมู่นักเรียนที่ยืนมุงดูเหตุการณ์รสรินยืนมองด้วยสีหน้าเป็นกังวล หนึ่งในนั้นมีสาวแว่นรองประธานคณะกรรมการนักเรียน ‘อานาตาเซีย โรมาน่า’ รวมอยู่ด้วย
“ไม่ต้องเป็นห่วง ยังไงก็ถึงมือหมอแล้ว” อานาตาเซียพูดกับรสริน “คุณหนูคนนั้นไม่ใช่คนที่จะตายด้วยเรื่องแค่นี้หรอกเชื่อฉันสิ อีกอย่างพวกเรามีงานต้องทำนะ ไปกันเถอะ”
“ค่ะ... รุ่นพี่” รสรินตอบด้วยสีหน้ากังวล และตะขิดตะขวงกับคำพูดของรุ่นพี่แต่ก็ไม่ได้ถามอะไรออกไป เธอเดินตามหลังรุ่นพี่ออกจากบริเวณนั้นมุ่งสู่ตึกฝั่งตะวันตก
ภายในรถพยาบาลทุกคนรีบเร่งประถมพยาบาลอย่างระมัดระวังและเตรียมชาร์จเครื่องปั้มหัวใจ
“ท่าไม่ได้แล้วค่ะ หัวใจไม่ยอมเต้นเลย !!” พยาบาลสาวพยายามปั้มหัวใจเด็กหญิงที่หัวใจหยุดเต้น
“เครื่องช็อตชาร์จไฟเสร็จหรือยัง !!” “หวา !!” ทุกคนในรถถึงกับผวาเมื่อเห็นเด็กหญิงที่หัวใจหยุดเต้นลุกขึ้นนั่งถือซองน้ำมะเขือขึ้นมาดื่ม เธอจ้องมองไปทางพนักงานทุกคนด้วยนัยน์ตาสีเพลิงรวมทั้งอาจารย์มารี “เอาเป็นว่าที่หัวใจหนูเป็นปกติแล้ว แต่ช่วยทำแผลที่ตาให้ทีละกันนะ”
“ครับ/ค่ะ” ทุกคนตอบพร้อมกันยกเว้นมารี “นี่มันเรื่องอะไรกัน ?” อาจารย์มารีถามโรเซลิต้า
“กะแล้วว่าใช้กับพี่สาวไม่ได้ผล ฮิ ฮิ” เด็กหญิงไม่ได้ตอบคำถาม “หนูมีเรื่องจะคุยด้วยค่ะ พี่มารี”
ณ อาคารฝั่งตะวันตกชั้นแรก ห้องชมรมทำอาหาร ภายในห้องเหมือนจะมีกิจกรรมการแข่งขันการทำอาหารระหว่างกลุ่มคนฝ่ายที่ใส่หมวกสีดำ และกลุ่มคนฝ่ายหมวกสีขาว
“กรรมการมากันแล้ว ดวลกันเลยไหม อากิยะ” เด็กสาวผมครัวซองคู่ท้าทายฝ่ายตรงข้าม
“ต้องการแบบนั้นอยู่แล้ว !!” เด็กหนุ่มผมสกินเฮดตอบรับเสียงหนักหักข้อแสดงถึงการเอาจริง
“ทำไมเราต้องมาทำหน้าที่กรรมการตัดสินด้วยล่ะเนี่ย” รสรินกุมขมับแล้วยิงคำถามใส่เด็กสาวผมครัวซองคู่เพื่อนร่วมชั้นของเธอ “เธอจะทำอะไรแข่งเหรอ โมนิค มัลเลเน่”
“ครัวซองจ๊ะ !!” โมนิคตอบอย่างมั่นใจ “ที่จริงไม่ได้ทำก็ได้ไม่ใช่เหรอ” รสรินคิดในใจ
วิ้ดดด... เสียงไมค์หอนดังก้องทั่วห้อง “ท่านสุภาพสตรีและสุภาพบุรุษทุกท่าน บัดนี้การดวลระหว่างสมาคมอาหารแห่งแสงสว่างและองค์กรทำอาหารใต้ดินได้เริ่มขึ้นแล้ว !!” อานาตาเซียประกาศเปิดการแข่งขัน “มันก็อยู่ชมรมเดียวกันด้วยกันทั้งคู่ไม่ได้เหรอ...” รสรินพูดเสริม
“ฝ่ายใดจะเป็นผู้ชนะกันนะ ? จะเป็นครัวซองแห่งทางช้างเผือก หรือช็อกโกโคโรเน่แห่งความมืดกันแน่ เป็นเรื่องที่คาดเดาได้ยากจริงๆ !!” อานาตาเซียกลายเป็นพิธีกรสาวไปซะแล้ว “อา...ไปซะแล้ว รุ่นพี่ฉัน” รสรินกุมขมับท่ามกลางเสียงเชียร์จากแฟนๆทั้งสองฝ่ายซึ่ง โมนิค และ อากิยะ เริ่มลงมือปรุงอาหาร
“ฝ่ายสมาคมแห่งแสงสว่าง เลือกใช้วัตถุดิบพื้นฐานที่หาได้ทั่วไปในการทำครัวซอง ดูธรรมดากว่าที่คิดไว้เลยนะคะ” พิธีกรสาวหันไปทางอากิยะ “โอโฮ ไม่น่าเชื่อ !! ดูสิคะ วัตถุดิบของอากิยะล้วนเป็นวัตถุดิบชั้นดีและหายากเกือบทั้งหมดเลยทีเดียว แล้วอย่างนี้โมนิคจะเอาชนะได้อย่างไรกัน” ขณะนี้โมนิคเริ่มนวดแป้งเพื่อทำแต่ละชั้นของครัวซอง
“ดูให้ดีๆนี่แหละเทคนิคการนวดแป้งชั้นสูงที่สืบทอดของตะกูลมัลเลเน่นับทศวรรษ ซึ่งต้องผ่านการฝึกหนักตั้งแต่ยังเด็กด้วยการลากเกวียวที่บรรทุกน้ำเต็มโอ่งขึ้นภูเขา แล้วฝึกเล่นเสก็ตน้ำแข็งในเกลียวคลื่นยักษ์ที่ร้อยปีจะมีซักครั้ง ต่อด้วยการฝึกพลังลมปราณในห้องกาลเวลา ณ หอคอยพระเจ้า จึงจะใช้เทคนิคนี้ได้” โมนิคกล่าว “เป็นการฝึกของโลกไหนแล้วมันเกี่ยวอะไรกับแป้งครัวซองกันหว่า ?” รสรินคิด
“ฮึ เธอไม่มีทางชนะฉันได้หรอก เพราะฉันมีซ็อตโกแลตในตำนานอยู่ ต้นกำเนิดของมันเกิดจากต้นช็อคโกแลตที่รอดตายกลางสงครามราชสีห์ศักดิ์สิทธิ์ ณ ดินแดนต้องสาปทางใต้ แปรรูปเป็นช็อคโกแลตที่ภูเขาไฟจากโลกตะวันออกด้วยเทคนิคจาก ‘แองจิสเชี่ยน’ ลึกลับจากโซเรีย ด้วยสิ่งนี้ฉันจะไม่มีวันแพ้ !!” อากิยะกล่าวทับ “มันไม่กลายเป็นฝุ่นไปหมดก่อนเหรอ แล้วมันต่างกับที่ซื้อจากร้านสะดวกซื้อยังไงกัน !!” รสรินสงสัยอย่างแรง
“ดูเหมือนทั้งคู่จะทำเสร็จกันแล้ว” พิธีกรบรรยาย “เร็วจัง !!” รสรินประหลาดใจ
“ชัยชนะจะต้องเป็นของฉัน ชิมเลยแม่กรรมการ !!” อากิยะพูดอย่างมั่นใจพร้อมยัดช็อคโกโคโลเน่ใส่ปากรสริน “อุ๊บ !! เดี๋ยวสิย๊า” สาวน้อยมีท่าทีที่แปลกไปเธอมองเห็นตัวเองอยู่ท่ามกลางสงครามที่รบกันดุเดือดจนในที่สุดก็หยุดลงเหลือเพียงเธอที่เวิ้งว้างอยู่กลางทะเลทราย
“อา คอแห้งจัง นี่เราต้องมาตายในที่แบบนี้เหรอ” สาวน้อยเริ่มมีอาการเพ้อ “เอ๊ะ นั่นมัน น้ำนี่นา มีโอเอซิสข้างหน้านี้ รอดแล้วเรา” เธอรีบวิ่งไปทางที่เธอเห็นแต่ทว่ามันกลับกลายเป็นเพียงภาพลวงตา สาวน้อยทรุดแล้วหน้าคว่ำกองลงพื้นทรายเธอไม่เคยท้อแท้แบบนี้มาก่อนในชีวิต ทันใดนั้นเธอก็เห็นสิ่งสิ่งหนึ่งจากทางที่เธอหันหน้าไป “ฮ๊า ช็อคโกโคโรเน่ นี่นา รอดแล้วเรา” เธอดีใจอย่างมากตรงเข้าไปหยิบช็อคโกโคโรเน่มาแล้วกัดเข้าไปหนึ่งคำ “อา...” เธอรู้สึกถึงความปลาบปลื้มหาที่ใดเปรียบจนหาคำบรรยายไม่ได้ถึงกับหลั่งน้ำตาออกมา... “อร่อยจัง...”
“ไม่เลวนี่อากิยะ แต่ว่า...” โมนิคหยิบขนมปังครัวซองของตนยัดใส่ปากรสรินแทนที่อากิยะ
ปิ้ง !! “อ๊ะ ความรู้สึกนี้มัน...” รสรินตาเบิกโพลงเธอถูกดึงกลับสู่โลกแห่งความจริงอีกครั้ง จากนั้นเธอก็ประกาศผลการแข่งขันทันที “ผู้ชนะก็คือ... ครัวซองแห่งทางช้างเผือก โมนิค มัลเลเน่ !! “ ผู้ชมฝ่ายโมนิคส่งเสียง ‘เฮ’ ดังกระหื่มห้อง ส่วนอีกฝ่ายทำท่าไม่พอใจกับผลการตัดสิน
“ไม่จริง เป็นไปไม่ได้ เพราะพวกเธอเป็นเพื่อนกันใช่ไหมถึงตัดสินส่งเดชแบบนี้ !!” อากิยะประท้วงผลการตัดสิน เขารี่ไปหยิบแย่งครัวซองจากรสรินแล้วใส่ปากกัดเข้าไปคำหนึ่ง ทันใดนั้นเขายืนตรงนิ่งหน้าแหงนขึ้นฟ้า ดั่งเขามองเห็นจักรวาล จิตใจเขามองเห็นสิ่งต่างๆในทางช้างเผือก ไม่ว่าจะเป็นโลก ดวงดาวในระบบสุริยะ ดาวหาง เหล่าอุกกาบาต หุ่นรบสีขาวกับสีแดง รถไฟหมายเลข 99x ซากบัสเตxร์แมทชีx กองยานสำรวจอวกาศฟอร์xเทียร์ มนุษย์ดาว M-7x บลาๆ ฯลฯ อากิยะเข่าทรุดลงกับพื้นเขาก้มหน้ารับความพ่ายแพ้ “ฉันแพ้แล้ว....”
“การดวลระหว่างครัวซองแห่งทางช้างเผือกกับช็อคโกโคโลเน่แห่งความมืด” อานาตาเซียสวมวิญญาณพิธีกรกล่าวประกาศ “ผู้ชนะคือ โมนิค มัลเลเน่ กับครัวซองแห่งทางช้างเผือก !!”
“กลับก่อนนะคะ รุ่นพี่” รสรินขอตัวกลับก่อนแบบไม่มีขอแม้ปรี่เดินออกจากห้องไปพร้อมกับสีหน้าเอือมระอาเล็กน้อยทันที
ติดตามต่อได้ในช่วงหลัง
To be continue...