2009/Jun/10

หลังจากแปะรูปคอมฯโดนฟ้าผ่าเมื่อเอนทรี่ที่แล้วนั้น...

อีกสองวันต่อมา....เปิดเครื่อง

ไม่มีข้อมูลใดๆในไดร์ฟ C .....

(โปรดจิตนาการภาพเป็น EVA-01 ขณะคุ้มคลั่ง)

 

อัพเดท ฟิคต่อเลยละกัน

ความเดิมตอนที่แล้ว....

จำไม่ได้ นาน - - ล้อเล่น

หลังจากเลิกเรียน รสริน ก็ได้เข้าเป็นกรรมการนักเรียน เพื่อนๆในกลุ่มของกรรมการนักเรียนก็ยินดีที่ได้อยู่กันพร้อมหน้า ไม่รอช้ารสรินก็ได้ออกปฏิบัติหน้าที่กรรมการนักเรียนแผนกภาคสนามทันที ทำให้ได้พบกับอาจารย์พยาบาลคนใหม่ มารี มาโซลีอัม...

 

Nightfall’s Rosette

Day light 2.2

 

 

หลังจากส่งเอกสารรายชื่อให้กับประธานอาเบลแล้วทั้งสองก็เดินออกจากสถาบันมุ่งตรงกับหอพัก แต่ว่าเส้นทางที่มุ่งไปหอพักที่มักใช้ประจำนั้นวันนี้เต็มไปด้วยผู้คนถือป้ายประท้วงปิดถนนเพื่อกดดันสภาเมือง

 

   “แบบนี้คงต้องอ้อมไปอีกทางซะแล้วล่ะค่ะท่านพี่” โรเซลิต้าบอก ตามด้วยอีกคำถามหนึ่ง “เขาประท้วงอะไรกันเหรอคะ”

   “ก็ประท้วงไม่ให้ทางสภาแก้กฎหมายให้มีการวิจัยสร้างโฮมุนครูสเพื่อการใช้งานแทนมนุษย์น่ะสิไม่ได้ดูข่าวเหรอไง ?”

 

   เผื่อหลีกเลี่ยงผู้ชุมนุมประท้วงรสรินกับโรเซลิต้าจึงอ้อมไปอีกทางหนึ่ง เส้นทางนี้สามารถไปถึงบ้านของโรเซลิต้าได้ และยังมีทางอ้อมไปหอพักของรสรินอีกด้วย ทว่าระหว่างทางนั้นมีโบสถ์อยู่ซึ่งถนนนั้นติดกับสุสานของโบสถ์มีเพียงกำแพงเหล็กดัดบางๆขวางเอาไว้เท่านั้น เป็นทางที่ถ้าไม่มีเหตุจำเป็นต้องผ่านรสรินก็จะไม่ผ่านทางนี้อย่างเด็ดขาด มันมีชื่อว่า ‘ถนนสายสิบสาม’

 

   “นี่จะต้องเดินผ่านถนนเส้นนี้จริงเหรอเนี่ย...” รสรินส่ออาการหวาดๆ “ไม่อยากผ่านเลยให้ตายสิ”

   “...” รสรินสังเกตเห็นว่าโรเซลิต้าไม่ได้ตามมาด้วย จึงหันกลับไปและเห็นเด็กหญิงคนนั้นยืนหยุดนิ่งหันมองไปข้างหลังของตน

   “โรเซลิต้ารีบเดินมาสิ” เสียงของรสรินเริ่มสั่นเล็กน้อย เธอรับกระเป๋าของโรเซลิต้าที่ยื่นส่งมาให้ “พอดีหนูลืมของไว้ เดี๋ยวหนูกลับมานะคะ” แล้วเด็กหญิงก็วิ่งจากไป

   “โรเซลิต้า !!” รสรินมองไปที่ท้องฟ้าซึ่งเริ่มถูกความมืดกลืนกิน เสาไฟเริ่มเปิดส่องตามถนนทางข้างหน้าเป็นเนินชันขึ้นผ่านสุสาน เธอเริ่มถูกความกลัวเริ่มครอบงำถึงกับไม่กล้าเดินไปไหนได้เพียงยืนนิ่งอยู่กับที่

 

   วิ้วว~… สายลมเย็นยะเยือกผสานกับบรรยากาศเงียบกริบชวนขนหัวลุกทำเอาสาวแว่นอกโตสะท้านไปทั้งร่างกายและจิตใจยืนตัวแข็งรอคอยแสงสว่างไออุ่นจากเด็กหญิงร่างเล็กโรเซลิต้า เวลาผ่านไปห้านาทีแต่สำหรับรสรินห้านาทีนี้ยาวนานเฉกเช่นเดียวกับ ‘อีกห้านาทีนาฮาเม็กจะระเบิด’ เลยก็ว่าได้ ในหัวของรสรินตื้อตันไปด้วยความคิดที่อยากให้คู่กัดของเธอกลับมาไวๆความคิดอื่นใดหามีไม่ ระหว่างนั้นมีชายคนหนึ่งเดินมาจากปากทางเข้าซอยนี้เขาใส่หมวกปิดหน้าปิดตาเดินล้วงกระเป๋าเดินเหมือนคนทั่วๆไป แต่พอเข้าใกล้ตัวรสรินเขาก็คว้าเอากระเป๋าในมือของเธอแล้ววิ่งหนีขึ้นเนินไปทางสุสานอย่างรวดเร็ว

 

   “เอ๊ะ...” ดูเหมือนรสรินจะพึ่งรู้สึกตัว หากเป็นสภาวะปกติโจรวิ่งราวคนนั้นต้องล้มกองพร้อมส่งเข้าเรือนจำเป็นแน่แท้

 

   “หยุด อย่าหนีนะ !!” สาวน้อยวิ่งตามและร้องตะโกนให้หยุดแต่ไร้การตอบสนอง “โถ่ ไม่เคยเชื่อกันบ้างเลย”

   ชายคนนั้นวิ่งหนีขึ้นเนินอย่างต่อเนื่องแต่เขาก็ไม่มีทีท่าว่าจะเหนื่อยล้าแต่อย่างใด ผิดกับสาวน้อยที่วิ่งตามมาลมหายใจของเธอเริ่มขาดช่วงความเร็วก็ต่ำลงอย่างเห็นได้ชัด ระยะห่างระหว่างรสรินกับหัวขโมยวิ่งราวนั้นเพิ่มขึ้นเรื่อยๆทว่าชายคนนั้นกลับหยุดวิ่งพ้นเนินชันดังกล่าว ทำให้เด็กสาวที่วิ่งตามมาไล่ตามจนทันเธอหยุดวิ่งก้มตัวมือชันเข่าหายใจหอบไม่เป็นจังหวะ ทั้งสองได้วิ่งขึ้นผ่านเลยสุสานขึ้นมาถึงบริเวณหน้าโบสถ์เก่าซึ่งเลิกใช้งานแล้วห้อมล้อมไปด้วยป่ารกร้าง  ท้องฟ้าสิ้นแสงตะวันเหลือเพียงแสงจากหลอดไฟจากเสาริมขอบถนน

 

   “แฮ่กๆ... เอาคืนมานะ” สาวน้อยทวงของจากโจรวิ่งราวที่ยืนนิ่งอยู่น้ำเสียงหนักปนกับอาการหอบ

   “......” ไร้การตอบสนอง

 

   โจรวิ่งราวเงียบนิ่งดั่งรูปสลักไร้ซึ่งเสียงลมหายใจทั้งที่วิ่งอย่างหักโหมขึ้นเนินสูงต่อเนื่องเป็นเวลานาน เขาปล่อยมือจากกระเป๋าทิ้งลงพื้นแล้วค่อยๆหันกลับมาทางรสรินอย่างช้าๆ มองจดจ้องสาวน้อยอย่างดุดัน ทันทีที่สบตาเธอก็รู้ถึงความผิดปกติจากชายคนนั้นอย่างชัดเจน ใบหน้าของเขาซีดจางปราศจากสีเลือดดวงตาไร้แววดุดันเหมือนสัตว์ร้ายทำเอาผวาขนลุกสู่อีกครั้ง

 

   “ฆ่า !!” มันตะโกนเสียงดังเป็นการขมขวัญข่มขู่ มันไม่รอช้ามันพุ่งเข้าจู่โจมสาวน้อยที่หวาดกลัวอย่างดุดัน

   กรี้ดด !! ตึง !! โครม...!!

 

   สัตว์ประหลาดตนนั้นพุ่งเข้าชนป้ายหลุมศพในสุสานด้านหลังของรสรินเนื่องจากสาวน้อยเคลื่อนตัวหลบตามสัญชาตญาณ ตัวเธอเองยังสั่นแต่ก็ลุกยืนขึ้นช้าๆเดินไปมองดูร่างสัตว์ร้ายที่นอนแน่นิ่งตรงกองซากเหล่าป้ายหลุมศพ ไร้การเคลื่อนไหวรสรินถอนหายใจเธอรู้สึกโล่งใจขึ้นที่รอดพ้นมาได้แต่ก็ต้องผวาอีกครั้งเมื่อเห็นร่างนั้นขยับ มันพยายามจะลุกขึ้นยืน เมื่อเห็นดังนั้นเธอก็พยายามวิ่งหนีไปอีกทางหนึ่งซึ่งเป็นทางที่อ้อมไปยังหอพักของเธอ

 

   ตึก !! หัวใจของเธอเต้นแรงขึ้นเมื่อเห็นร่างสี่ร่างโผล่จากเงามืดขวางทางเธอเอาไว้ท่าทางดั่งสัตว์ร้ายจากอเวจี

   “พวกนี้ลักษณะมันเหมือนกับ... บนรถไฟ ใช่แล้ว ซอมบี้บนรถไฟเมื่อวานก่อน” รสรินคิด จิตใจเธอจมสู่ความหวาดกลัวลึกลงทุกขณะ

 

   เด็กสาวตั้งสติหันหลังกลับตั้งใจหนีกลับไปทางเดิมแต่สายไปเสียแล้วเจ้าผีดิบได้ลุกขึ้นยืนตั้งตัวขวางดูท่าพวกมันจะไม่ยอมให้หนีไปได้ง่ายๆเธอมองรอบตัวพบว่าถูกพวกมันได้ล้อมกรอบไว้แล้ว และพบชายผมยาวคนหนึ่งเดินออกมาจากซากโบสถ์เก่า เธอตัดสินใจตะโกนขอความช่วยเหลือ

 

   “ช่วยด้วยค่ะ !!” รสรินตะโกนขอความช่วยเหลือเสียงดังจากชายคนดังกล่าว เขาตกใจเมื่อถูกเรียก

   “ชิ มนุษย์ !!” ชายคนนั้นพูดในลำคอ แล้ววิ่งหนีเข้าไปในป่าหลังโบสถ์หายตัวไปทิ้งรสรินยืนสั่นดังเดิม... และมีซอมบี้ในกลุ่มตัวหนึ่งวิ่งไล่ตามเขาไปด้วย

 

   บริเวณช่วงกลางช่วงเนินผ่านสุสาน หญิงชุดดำคนเดียวกับเหตุการณ์โจรกรรมรถไฟด่วนพิเศษสายตะวันออกยืนอยู่หลังแสงไฟเหมือนกับเธอกำลังทำอะไรบางอย่างอยู่เงียบๆ

   “มีคนเห็น ตามมันไปอย่าปล่อยให้มันหนีไปได้...” เธอพึมพำอยู่ลำพังในความมืด

 

   ถนนที่มีเพียงแสงจากเสาไฟเรียงรายให้ความสว่างบัดนี้กลับดับลงทีละดวงๆช้าๆจากทางเข้าไล่จากด้านล่างขึ้นมาบนเนินเรื่อยๆ หญิงในชุดคลุมสีดำก็รับรู้ถึงความปกติบางอย่างที่เกิดขึ้นได้ทันทีแสงไฟดับลงไล่มาจนถึงเสาที่เธออยู่ข้างๆ และถนนก็ถูกปกคลุมไปด้วยหมอกจางๆ มีร่างหนึ่งก้าวเดินเข้ามาที่แสงไฟหน้าเธอ

 

   “หนูขอเรียกร้องให้พี่สาวหยุดการกระทำนี้ด้วยค่ะ” ร่างกลางแสงไฟพูดขึ้นเป็นเสียงเด็กผู้หญิงในชุดกระต่ายคลุมฮู้ดปิดใบหน้ามีปอยผมคู่หนึ่งสีฟ้ายื่นออกจากฮู้ดสองข้าง

   “แกเป็นใคร แล้วทำไมฉันต้องทำตามที่แกบอกด้วย ?” หญิงชุดคลุมดำยิงคำถามสวนกลับ

   “ก็เพราะ... ผู้หญิงคนนั้นเป็นของหนูน่ะสิคะ”

 

   สาวเสื้อคลุมดำนำมีดผ่าตัดกรีดที่มือขวาทันทีที่มืดสัมผัสเลือด จากมีดผ่าตัดเล่มเล็กกลายสภาพเป็นมีดผ่าตัดขนาดใหญ่จากนั้นก็ตั้งท่าเตรียมต่อสู้

   “เข้ามาหยุดฉันเอาเองสิ !!” เธอตะคอกแล้วพุ่งเข้าใส่สาวชุดกระต่ายทันที

 

   “หือ? นั่นเสียงร้องผู้หญิงนี่ คุ้นๆด้วย” บอส แม็คเบธ กำลังเดินจากเส้นทางจากหอพักนักเรียนมาทางโบสถ์ร้างเป็นเส้นทางที่ใช้กลับบ้านของเขาเอง หลังได้ยินเสียงเขาจึงรีบวิ่งตามเสียงนั้นไป

 

   “โธ่ คิดว่าใคร แม่กรรมการนักเรียนคนเก่งนี่เอง” บอสพูดเมื่อเห็นรสรินกลางวงล้อม “กำลังสนุกสินะ งั้นไม่รบกวนล่ะ บาย”

   “อย่าพึ่งไป มาช่วยฉันก่อน !!” รสรินตะโกนขอความช่วยเหลือจากนังเลงหนุ่ม

   “โทษทีนะ ฉันไม่ชอบยุ่งเรื่องชาวบ้าน” บอสตอบอย่างไร้น้ำใจ “ช่วยไปก็ไม่เห็นจะได้ประโยชน์อะไร เฮ้อ”

   “อยากได้อะไรเอาไปเลย มาช่วยฉันด้วย !!” สาวน้อยตะโกนตอบแบบไม่ได้คิด

 

   ซอมบี้ตัวหนึ่งด้านหลังรสรินกระโจนเข้าใส่อีกครั้งหนึ่ง

   “หมัดพลังคลื่น !!”  ตูม !! บอสพุ่งเข้าขวางชกเข้าไปหนึ่งหมัดเสียงดังสนั่นผิดิบตนนั้นกระเด็นไปคลุกฝุ่นในสุสานอีกครั้งหนึ่ง “อย่าดูถูกศิลปะการต่อสู้ของโลกตะวันออกเชียวนะ”

 

   ปลายมีดผ่าตัดยักษ์เสียบทะลุร่างกระต่ายน้อยเลือดไหลหยดย้อยตามคมมีดพร้อมกับรอยยิ้มของสาวชุดดำกลางแสงไฟดั่งการแสดงบนเวทีในโรงละคร

   “นี่น่ะเหรอ จะมาบอกให้ฉันหยุด” สาวชุดดำกล่าว “ตัวเองยังเอาไม่รอดเลย น่าขำเสียจริง”

   “ฮิ ฮะ ฮะ จริงด้วยค่ะ แค่นี้หยุดหนูไม่ได้หรอกนะคะ” กระต่ายน้อยยิ้มเยาะทั้งที่ถูกเสียบทะลุร่าง เธอเอามือล้วงเข้าไปในฮุ้ดแล้วดึงมือออกมาพร้อมกับดาบเรียวตรงยาวสองฟุตฟันกวาดไปด้านหน้าถูกเข้าที่ท้องสาวชุดดำกระเด็นถอยห่างออกไป

 

   กระต่ายน้อยพุ่งเข้าใส่สาวชุดดำไม่รอช้า สาวชุดดำตั้งตัวอย่างรวดเร็วพุ่งใส่สาวกระต่ายเช่นกัน ทั้งคู่แลกคมดาบกันเข้าที่แขนขวาของทั้งคู่แต่ก็ไม่มีใครแสดงการการเจ็บปวดและยังแลกดาบกันต่อไปอีกอย่างไม่มีใครยอมกัน เลือดกระเซ็นสาดกระจายไปทั่วทั้งบริเวณนั้น เสาไฟ พื้นถนน ต้นไม้ ถูกฉาบด้วยโลหิตของทั้งสองสีแดงของสาวชุดดำและสีดำของสาวกระต่ายน้อยภาพของทั้งคู่เปรียบดั่งเต้นรำใต้แสงจันทร์

 

   “นี่มันมองด้านขวาไม่เห็นงั้นหรือ ?” สาวชุดดำคิดในใจจากนั้นก็เคลื่อนตัวเข้าทางด้านขวาของกระต่ายน้อยอย่างรวดเร็ว “เสร็จล่ะ!! เธอผิดเองนะที่มาสู้ทั้งที่มองด้านขวาไม่เห็น”

   ฉั่วะ !!  กระต่ายน้อยถูกแทงเข้าที่ศีรษะเข่าทรุดเลือดกระฉูดพุ่งออกตามรอยแผล เธอทรุดครู่หนึ่งจากนั้นก็ลุกขึ้นเหมือนไม่มีอะไรเกิดขึ้น ทำเอาสาวชุดดำยืนอึ้งพักหนึ่งแล้วดึงมีดผ่าตัดยักษ์ออกมา

 

   “แหม... นี่ถ้าไม่มีฮู้ดก็คงตายไปแล้ว” กระต่ายน้อยยิ้มร่าเริงตามปกติทั้งที่เลือดพุ่งจากแผลที่ศีรษะไม่หยุด เธอเคลื่อนตัวเข้าด้านซ้ายสาวชุดดำอย่างรวดเร็วแล้วฟันเข้าที่ขา ทำให้สาวชุดดำเป็นฝ่ายทรุดลงไปบ้าง

   “พี่สาวก็มองไม่เห็นด้านซ้ายเหมือนกันนี่” สาวกระต่ายอธิบาย “ไม่เคยได้ยินเหรอที่ว่า ‘ครองซ้ายได้ก็ครองโลกได้’ น่ะค่ะ”

   “แก !!” สาวชุดดำตะคอกอย่างเครียดแค้น “แกเป็นใครกันแน่ !?”

   “อ้าว นี่ยังไม่รู้อีกเหรอ เอาเป็นว่าหนูรู้จักที่สาวก็แล้วกันค่ะ”

 

   สาวชุดดำหยิบขวดยาบางอย่างออกมาเทราดที่ขา ฟู่... มีควันโชยออกมาจากแผลที่ถูกราดด้วยยานั้น แค่อึดใจเดียวเธอก็ลุกยืนขึ้นมาได้อีก

   “ยังไม่ยอมหยุดอีกหรือคะ” กระต่ายน้อยถาม

   “ทำไม...” สาวหยุดนิ่งเหมือนกำลังครุ่นคิด “จะหยุดแค่นี้ก็ได้ เพราะฉันเจอสิ่งน่าสนใจกว่าแล้ว ฮึ ฮึ”

   แล้วสาวชุดดำก็กระโดดหายไปในเงามืด

   “เฮ้อ... ชุดขาดหมดเลย” แล้วกระต่ายน้อยเดินหายไปพร้อมกับสายหมอกในความมืด

 

   “ศิลปะการต่อสู้ของโลกตะวันออกมีประวัติศาสตร์กว่าสามพันปีเชียวนะ !!” บอสคุยโวทั้งที่ตัวเองจูงรสรินวิ่งหนีฝูงซอมบี้อย่างเอาเป็นเอาตาย

   “แล้วสามพันปีไม่ได้ช่วยอะไรเลยเหรอ !?” สาวน้อยรสรินวิ่งตามมาติดๆ

   “ก็พึ่งเรียนได้สี่ปีเองนี่ !! แถมพวกนี้โดนซัดเท่าไรๆก็ลุกได้เรื่อยๆอีก” ชายหนุ่มหยุดฝีเท้าวกกลับหลังหัน “หมัดพลัง... เอ๋...? รู้สึกพวกมันจะไม่ตามมาแล้วนะ”

   “งะ... งั้นเหรอ ฮา แฮ่ก” รสรินถึงกับหอบ เธอวิ่งต่อเนื่องจนมาถึงหน้าหอพักของเธอโดยไม่รู้ตัว

 

   “ถ้างั้น ก็ขอเรียกร้องรางวัลล่ะนะ หึหึ...” บอสหันมองรสริน “สุดสัปดาห์เธอต้องไปเดทกับฉัน เข้าใจ๋ ?”

   “เอ๋ !! อะไรกัน ?” สาวน้อยตกใจจำไม่ได้ว่าสัญญาไปตั้งแต่เมื่อไร แต่จะปฏิเสธก็ไม่ได้เพราะเขาช่วยชีวิตเธอเอาไว้ “อ... อืม...ก็ได้”

   “แล้วเจอกันนะ บาย” บอส แม็กเบธ ขอตัวลา

 

   ขณะนั้นเมฆฝนก็เริ่มโปรยพิรุณแผ่วเบาจากฟากฟ้าหลังเกิดเหตุการณ์วุ่นวาย ชายหนุ่มจึงรีบวิ่งกลับไปส่วนสาวน้อยก็สะพายกระเป๋าของเพื่อนเธอเข้าประตูหอพักและรีบมุ่งกลับไปที่ห้องของตน เมื่อถึงเธอก็ไขกุญแจเปิดประตูออกภายในห้องมืดสนิทมีเพียงเสียงของสายพิรุณที่พรั่งพรูรอบบริเวณ รสรินเอื้อมมือไปกดสวิตย์ไฟแต่ไม่เป็นผลไม่มีแสงจากหลอดไฟดั่งที่ควร เธอมองไปกลางห้องรู้สึกถึงอะไรบางอย่างขยับอยู่เนื่องจากความมืดจึงมิอาจทราบได้ว่ามันคือสิ่งใด...

 

   เปรี้ยง !! คลืน...  ฟ้าผ่าโครมใหญ่คำรามเสียงดังพร้อมแสงวูบวาบทำให้เห็นสิ่งที่อยู่ตรงหน้าเป็นเงาดำขนาดเท่าเด็กผู้หญิงแต่ตัวกลับหัวขาชี้เพดานส่วนหัวและปอยผมซ้ายขวาชี้สู่พื้นมีนัยน์ตาสีแดงจ้องมองไปยังรสริน

   เปรี้ยง !! คลืน... ฟ้าผ่าอีกครั้งเงาดำนั้นแสยะยิ้มให้กับเธอซึ่งยืนแข็งไร้การตอบสนอง สิ้นแสงสายฟ้าทุกๆอย่างก็จมลงสู่ความมืดอีกครั้งหนึ่ง

   ตึง... อะไรบางอย่างกระทบพื้น

 

 Daylight 2.2

END

 โปรดติดตามตอนต่อไป

 

 

Comment

Comment:

Tweet


เดินโซซัดโซเซมาแวะรดน้ำต้นไม้ก่อนไปนอนจร๊า