ความเดิมตอนที่แล้ว...
รสรินมาโรงเรียนวันแรกพบกับกลุ่มเพื่อนพร้อมหน้าและมีเรื่องกับนักเลงใหญ่ประจำชั้นและเอาชนะมาได้สบายๆ ทันใดนั้นนักเลงเจ้ากรรมกลับสารภาพรักกับเธอซะอย่างนั้น... เหตุการณ์จะเป็นเช่นไรต่อไป ติดตามชมได้ในตอนต่อจากนี้กันเลย !!
Nightfall’s Rosette
Day light 2.1
กิ้ง..ก่อง...ๆ เสียงระฆังจากหอคอยทางทิศเหนือส่งสัญญาณเข้าชั้นเรียนดังก้องไปทั่วอาณาเขตสถาบันเมกิโดเนีย ขณะนี้นักเรียนและคณาจารย์ทุกคนเข้าประจำที่ทำหน้าที่ของตนเริ่มทำการเรียนการสอนวันแรกของปีการศึกษานี้
ระบบการเรียนการสอนของสถาบันเมกิโดเนียจะถูกแบ่งเป็นสามระดับ ซึ่งได้แก่ ระดับแรกเข้า หรือ บีกิน (Begin) ระดับที่สอง เซคันด์ (Second) และระดับสุดท้าย แอดว้านด์ (Advanced) โดยที่แต่ละระดับนั้นจะถูกแบ่งแยกย่อยไปอีก 5 ชั้นปี ยกตัวอย่างเช่น Lv Begin 1,2,3,4,5 โดยในการเลื่อนชั่นปีนั้นก็จะถูกกำหนดโดยการสอบสองครั้งในหนึ่งปีก็คือสอบกลางภาคและปลายภาค สามารถสมัครสอบข้ามชั้นปีได้ถ้าคะแนนถึงเกณฑ์ก็สามารถข้ามชั้นปีได้และยังสามารถสมัครสอบข้ามระดับได้เช่นกันถ้าเก่งพอแต่สอบข้ามได้ไม่เกินระดับแอดว้านด์ชั้นปีที่หนึ่ง ส่วนคะแนนพฤติกรรมในชั้นเรียนจะเป็นตัวอ้างอิงในการคงสภาพนักเรียน ซึ่งถ้าคะแนนพฤติกรรมแย่ก็อาจถูกพิจารณาเพิกถอนสภาพนักเรียนของสถาบัน
และเมื่อไล่มาถึงชั้นปีที่ห้าในแต่ละระดับ ก็จะมีการสอบเลื่อนระดับเป็นข้อสอบพิเศษที่แตกต่างจากการสอบเลื่อนชั้นปีอยู่นิดหน่อย ข้อสอบเลื่อนระดับจะถูกแบ่งเป็นสองส่วน ส่วนแรกจะเป็นภาคความรู้ทางวิชาการทั้งด้านทฤษฏีและภาคปฏิบัติซึ่งครอบคลุมเนื้อหาห้าชั้นปีในแต่ระดับนั้นๆ ส่วนต่อมาจะเป็นข้อสอบวัดคุณธรรมจริยธรรมซึ่งเป็นข้อสอบทางจิตวิทยาไม่มีคำตอบที่ตายตัว การสอบเลื่อนระดับนี้คะแนนจะต้องถึงเกณฑ์ทั้งสองส่วนมิเช่นนั้นจะไม่ผ่านการทดสอบเลื่อนระดับชั้น
กรณีแรกรับนักเรียนของสถาบันเมกิโดเนียจะรับไม่จำกัดอายุ นักเรียนทุกคนจะต้องผ่านการทดสอบพื้นฐานโดยใช้ข้อสอบเลื่อนระดับในการสอบ จุดนี้ก็สามารถทำให้เลื่อนระดับได้ทันทีโดยไม่ต้องเริ่มตั้งแต่ระดับบีกินได้เช่นกัน แต่ก็ข้ามได้ไม่เกินชั้นที่สี่ของทุกระดับและระดับแอดว้านด์ชั้นที่หนึ่ง โดยส่วนมากผู้สมัครแรกรับก็จะเป็นเด็กๆซึ่งความรู้ยังไม่มากจึงไม่ค่อยมีใครได้เลื่อนระดับซักเท่าไรนัก ส่วนผู้ที่สอบเลื่อนระดับตั้งแต่ช่วงนี้จะมีก็เพียงแต่คนที่ย้ายโรงเรียนมามีความรู้ติดตัวอยู่แล้วหรือไม่ก็พวกอัจฉริยะ... และรสรินก็เป็นหนึ่งในนั้น เธอสามารถสอบเลื่อนระดับตั้งแต่แรกเข้าได้ถึงระดับแอดว้านด์ชั้นที่หนึ่งได้เมื่อปีที่แล้ว ทั้งที่ตัวเธอเองนั้นจำอดีตหลังจากหนึ่งปีที่แล้วไม่ได้เลย
กิ้ง...ก่อง...ๆ เสียงสัญญาณจากหอระฆังเจ้าเดิมประกาศเวลาว่าถึงช่วงพักกลางวันเสียแล้ว กาลเวลาช่างผ่านไปรวดเร็ว อาจารย์ประจำชั้นเรียนได้ประกาศพักการเรียนการสอนและจัดเรียงข้าวของ
“ช่วงบ่ายนี้ไม่มีเรียนนะครับมีประชุมคณะอาาจารย์”อาจารย์แจ้งบอกแล้วออกคำสั่ง “ให้หัวหน้าห้องรวบรวมแบบฝึกหัดไปส่งที่โต๊ะอาจารย์ด้วยนะครับ”
“ทำความเคารพ” หัวหน้าห้องประกาศ
“ขอบคุณครับ/ค่ะ” นักเรียนในชั้นกล่าวขอบคุณ แล้วทยอยส่งสมุดแบบฝึกหัดให้กับหัวหน้าห้องก่อนที่จะแยกย้าย
“เอ้า ฝากส่งทีนะหัวหน้าห้อง” บอส แม็คเบท กล่าวห้วนๆพร้อมวางสมุดแบบฝึกหัดตรงหน้ารสรินสามเล่ม
“ฉันไม่ใช่หัวหน้าห้องนะ” รสรินตอบกลับไป
“อ้อ เหรอ ก็ท่าทางมันให้นี่นา” บอสหยอกเย้าด้วยทีท่ากวนๆ พร้อมกับลูกน้องอีกสองคนฌาพและวิลเลี่ยม ชั้นนั่งทางด้านบนมีเด็กหนุ่มเดินเข้ามาทางด้านหลังของทั้งสามแทรกตัวเข้ามาหยิบสมุดแบบฝึกหัดตรงหน้ารสรินทั้งหมดไป
“อย่าเถียงกันเลย เดี๋ยวผมไปส่งให้เองนะ” เด็กหนุ่มซึ่งคาดว่าเป็นหัวหน้าห้องหอบสมุดของนักเรียนในชั้นทุกเล่มอยู่ในอ้อมแขนพูดอย่างสุภาพอ่อนโยนด้วยรอยยิ้ม
“เว้ย !! คนกำลังคุยกันอยู่อย่ากวนได้ไหม !!” บอสหนุ่มเลือดร้อนปัดสมุดในอ้อมแขนหัวหน้าห้องล่วงกราวและใส่หน้ายักษ์กระชากคอเสื้ออย่างไม่พอใจ
“ปล่อยมือเดี๋ยวนี้นะ”รสรินพูดสั่งจากนั้นลุกขึ้นยืนเผชิญหน้ากับสามนักเลงแห่งชั้นเรียน “เลิกสร้างความเดือดร้อนให้คนอื่นซะที”
“แล้วจะทำไมเหรอจ๊ะ” สองสมุนของบอสท้าทายอยู่กองหลัง แล้วบอสวางหัวหน้าห้องลงเขาหักข้อนิ้วของเขาเตรียมพร้อมเสียงดัง กร็อบๆ
“เมื่อเช้าแค่ประมาทไปหน่อย แต่ไม่มีครั้งต่อไปแน่น้อง” ก่อนที่จะเกิดเหตุวิวาท หัวหน้าห้องก็รีบลุกขึ้นขวาง
“ขอร้องล่ะ อย่ามีเรื่องกันเลยนะ!!” หัวหน้าห้องก้มหัวของร้องสุดกำลัง
“ชิ... น่าเบื่อ” บอสส่ายหน้าลดมือลง หันหลังเดินออกไป“หมดอารมณ์ ไปหาอะไรกระแทกปากกันดีกว่าพวกเรา”
“โอเค บอส” ลูกน้องผู้จงรักภักดีขานรับและเดินตามออกไป
“ไม่เป็นอะไรนะครับคุณรสริน” หัวหน้าห้องถามพร้อมกับก้มลงเก็บสมุดบนพื้น
“ให้ฉันช่วยนะ...” รสรินหยุดคิด แล้วก้มตัวลงช่วยเก็บสมุด “กอร์ส ลองเกอด็อก สินะ...”
“ขอบคุณที่ช่วยนะครับคุณรสริน” กอร์สกล่าว “แต่จริงๆไม่ต้องก็ได้นะครับ มันเป็นหน้าที่ของผมอยู่แล้ว”
“ฉันต่างหากล่ะที่ต้องขอบคุณ อีกอย่างหนึ่งห้องอาจารย์ก็เป็นทางผ่านของฉันพอดี” รสรินแสดงความขอบคุณ
ทั้งสองคนเดินมาถึงหน้าห้องพักอาจารย์แล้วรสรินก็ส่งสมุดต่อให้กับกอร์ส
“นายเป็นคนดีนะ และขอให้เป็นตลอดไปอย่ายอมแพ้ล่ะกอร์ส” เธอพูดทิ้งท้ายประโยคหนึ่งก่อนที่จะเดินแยกไปโดยมีรอยยิ้มของกอร์สส่งอำลา เธอเดินขึ้นบันไดไปชั้นที่ห้าแล้วเดินต่อไปตามทางเดินขวามืออีกพักหนึ่งก็เจอกับประตูที่มีป้ายแขวนอยู่ด้านบน “คณะกรรมการนักเรียน” รสรินเปิดประตูออกช้าๆมองเข้าไปข้างใน ห้องนี้ลักษณะคล้ายกับห้องของผู้อำนวยการต่างตรงที่มีโต๊ะและโซฟา ทีวี พินโบวลิ่ง อยู่ในห้อง มีประตูด้านหลังโต๊ะของประธานนักเรียน ซึ่งตอนนี้เขาก็ได้นั่งประจำตำแหน่งอยู่พร้อมกับคนในห้องรวมห้าคน ตัวประธานนั่งก้มหน้าเล็กน้อยมือทั้งสองผสานอยู่ระดับคางมีหนังสือวางกางอยู่เบื้องหน้า
รสรินจึงได้เคาะประตูแล้วเดินเข้ามาให้ห้องตรงไปหาประธานนักเรียนแล้วส่งเสียงทักทาย
“ท่านประทา...” ยังไม่สิ้นการทักทาย เสียงของประธานซึ่งอยู่ตรงหน้าก็แทรกเข้ากลางคัน “ฉันไล่แกออก”
“หา !!” สาวน้อยร้องเสียงดัง ท่าทางตกใจสีหน้าถอดสีขอบตามีน้ำตาคลอเล็กน้อย “ไม่จริง !!”
ประธานนักเรียนตกใจเขาสะดุ้งเล็กน้อยมองไปที่รสรินด้วยความประหลาดใจหยุดคิดสักพักแล้วเริ่มแก้ต่าง
“ไม่ใช่ครับคุณรสริน เมื่อครู่นี้ผมไม่ได้พูดกับคุณนะครับ” เขาหยิบหนังสือแล้วพลิกปกให้รสรินดู “เมื่อกี้ผมอ่านเสียงดังไปหน่อย ไม่ใช่ไล่คุณหรอกนะครับ นี่ไงเห็นไหม” ปกหนังสือเขียนว่า ‘เอวานเจลีน สงครามพิพากษา’
“เป็นฉากที่พ่อของตัวเอก ไล่ลูกชายออกเพราะไม่ยอมทำงานน่ะครับ” ประธานนักเรียนอธิบายเพิ่ม
“ก๊าก ฮ่ะ ฮ่าๆๆ โอ้ยขำ !!” ชายหญิงคู่หนึ่งภายในห้องระเบิดเสียงหัวเราะลั่น
“ไม่ต้องหัวเราะเลยนะ !!” สาวน้อยตะคอกใส่ชายหญิงที่หัวเราะเยาะเธอ
อานาตาเชีย รุ่นพี่ของเธอเดินเข้ามาปลอบให้รสรินใจเย็นลงเพราะมันเป็นแค่เรื่องเข้าใจผิดเท่านั้น
“อย่ากังวลไปเลย... อย่างน้อย...อุ๊บ” อานาตาเซียอมยิ้มมีเสียง หึหึ ในลำคอ “อย่างน้อยฉันก็ไม่ได้หัวเราะนะ”
“โกหก...” รสรินพึมพำแนบด้วยสายตาไม่ไว้วางใจ
ทันใดนั้นอานาตาเซียก็วิ่งออกไปนอกห้องอย่างรวดเร็ว เมื่อประตูปิดลงก็มีเสียงหัวเราะดังขึ้นพักหนึ่ง พอเสียงหัวเราะจบลงสาวแว่นก็เดินเข้ากลับเข้ามาในห้องท่าทางสงบนิ่งเหมือนไม่มีอะไรเกิดขึ้น
“อะไร... ทำไมทุกคนมองฉันอย่างนั้นล่ะ” อานาตาเซียถามเพราะเห็นสายตาทุกคนมองมาที่เธอแฝงด้วยเลศนัย
“ยินดีต้อนรับครับคุณรสริน ผมยินดีเป็นอย่างยิ่งที่คุณได้เข้าร่วมกับเราอีกครั้งหนึ่ง” ประธานนักเรียนพูดแทรกขึ้นมาจากนั้นทุกคนก็ปรบมือ สาวน้อยรสรินมีท่าทางเขินอายนิดหน่อย
“ขอบคุณค่ะท่านประธานอาเบล แอล เฌพเพิด เมกิโดเนีย” เธอขอบคุณปนดีใจที่ทุกคนให้การต้อนรับเป็นอย่างดี และอดคิดในใจไม่ได้ว่า ตะกูลเมกิโดเนียเรียกชื่อยาวจริงๆ สมกับเป็นพี่ชายของโรเซลิต้า
“ถ้าขาดฝ่ายภาคสนามอย่างเธอล่ะก็ลำบากแน่ๆเลย” ดูเหมือนอานาตาเซียจะโล่งใจมากขึ้น
“ทำไมเหรอคะรุ่นพี่” รสรินอดที่จะถามไม่ได้เหมือนกัน
“เธอก็มองไปดูสิ” อานาตาเซียตอบ แล้วรสรินก็มองไปรอบๆก่อนที่อานาตาเซียจะพูดกับชายผมเงินที่อยู่มองออกไปข้างนอกหน้าต่าง “จริงไหมล่ะ โรเมโอ ซอร์ดวูฟ”
“....” และนั่นคือคำตอบของเขา
ก้อง !! เสียงพินโบวลิ่งล้มกระจัดกระจาย ดูเหมือนว่าจะได้สไตร์คเสียด้วย
“เห็นหรือยัง ฉันนี่แหละจะเป็นราชาแห่งท้องฟ้า !!” ชายหนุ่มผมกระเซิงสีน้ำตาลประกาศลั่น
เพี้ยะ !! อานาตาเซีย ใช้พัดกระดาษไม่รู้ที่มาฟาดเข้าที่ศีรษะชายคนนั้นล้มหัวทิ่มหัวตำ
“บอกกี่ครั้งแล้วว่าอย่ามาโยนโบวในห้อง โซรัน สกายรันเนอร์ !!”
“ใช่ๆ พี่โซรันเล่นอะไรไม่รู้เรื่องเลย” สาวน้อยผมดำหางม้าคู่สวมที่คาดหูแมวพูดสนับสนุน พร้อมกับโพสท่าสาวน้อยเวทย์มนต์นาโนจังอยู่บนโซฟากับเหล่าชายสวมแว่นร่างท้วมสะพายเป้ถือกล้องถ่ายรูปรัวชัทเตอร์ไม่ยั้งที่เข้ามาอย่างปริศนา
“ออกป๊ายยยย !!” อานาตาเซียตะโกนไล่พวกสาวกปริศนาของสาวน้อยโมโมเอะ ฮิเมงามิ จนต้องแตกกระเจิงไปคนละทิศทางกันเลยทีเดียว
“เฮ้อ... ก็อย่างเธอเห็น พวกเราต้องมีเธอนะรสริน” อานาตาเซียถอนหายใจกับพฤติกรรมเพื่อนๆ แล้วยกมือขยับแว่นให้เข้าที่เข้าทาง แต่ก็ไม่ทันได้จับแว่น ประธานอาเบลก็พูดขึ้นทันควัน
“ไม่ต้องห่วงเรื่องแจกันนะ อานาตาเซีย” อาเบลเตือน
“เอ๊ะ...” แพล้ง !! ไม่ทันขาดคำ มือของอานาตาเซียปัดถูกเข้ากับแจกันที่วางอยู่บนโต๊ะของอาเบลตกลงพื้นแตกกระจาย
“ทำอะไรน่ะเจ้ซุ่มซ่าม” โซรัน ได้ทีขี่แพะไล่
“สาวแว่น ก็ยังเป็นสาวแว่นอยู่วันยังค่ำ” โมโมเอะ ขี่แพะไล่ตามมาอีกแรงหนึ่ง
“....” โรเมโอเหลือบสายตามามองพักหนึ่ง แต่ไม่ได้ขี่แพะอีกตัวไล่ตามมา ส่งผลให้อานาตาเซียเขินหน้าแดง
“อะ ฮะๆๆ” เสียงหัวเราะของรสรินเข้ามาแทรกแซงความวุ่นวายในห้องนั้น “ทุกคนยังเหมือนเดิมเลยนะคะ” แล้วทุกคนก็หัวเราะด้วยกันพักหนึ่ง โรเมโอก็หันไปทางรสรินแล้วยิงคำถาม
“ความทรงจำของเธอกลับมาหรือยังล่ะ...” เสียงหัวเราะเงียบหายถูกแทนที่ด้วยใบหน้าเศร้าเสร้อยของรสรินกับหน้าเหวอของอีกสามคน และโรเมโอก็ถูกอานาตาเซียล็อคคอ ตามด้วยโซรันและโมโมเอะร่วมกันแบก โรเมโอผู้เย็นชาไปเก็บไว้ที่ห้องด้านหลัง แล้วกลับมาปลอบรสรินที่กำลังเศร้า
“หนูไม่เป็นอะไรหรอกค่ะรุ่นพี่ ถึงจำอดีตไม่ได้ก็ไม่เป็นไรหนูก็ยังมีวันพรุ่งนี้อยู่” คำพูดของรสรินทำเอาทั้งสามอึ้งกันอยู่พักหนึ่ง
“งั้นก็ เริ่มงานกันเลยนะ” ประธานอาเบลเริ่มสั่งงาน “นี่เป็นรายการของชมรมที่ยังไม่ได้ส่งรายชื่อสมาชิก ไปตรวจแทนผมทีนะครับ”
“ค่ะ” รสรินรับเอกสารที่แนบด้วยรอยยิ้มของอาเบลติดมาด้วยทำเอาสาวเจ้ารสรินใจเต้นเลยทีเดียว
รสรินเปิดประตู แต่ก่อนที่จะเดินออกไปก็เหล่ชายตามองประธานอาเบลอีกครั้งหนึ่ง เธอยิ้มมีสีเลือดฝาดปรากฏขึ้นบนใบหน้า แล้วก็เดินออกไป...
แฮ่...!! กรี้ด !! เด็กหญิงร่างเล็กโรเซลิต้าแลบลิ้นหลอกผีเสียจนรสรินตกใจหวีดร้องออกมาที่หน้าประตูห้องกรรมการนักเรียน รสรินรีบปิดประตูแล้วรีบเดินออกไปและโวยวายใส่โรเซลิต้าเล็กน้อย
“นี่ๆ ท่านพี่มีอะไรดีงั้นเหรอ ทำไมสาวๆถึงได้ชอบกันนัก โดยเฉพาะสาวแว่นแถวๆเนี้ย” โรเซลิต้าเน็บแนม
“เธอเองก็เป็นกรรมการนักเรียนไม่ใช่เหรอ ทำไมถึงไม่เข้าไปล่ะ” รสรินเลี่ยงคำตอบจึงตอบกลับด้วยคำถาม
“หนูเกียจคนๆนั้น” โรเซลิต้าตอบเสียงหนัก
กรรมการนักเรียนแห่งสถาบันเมกิโดเนียมีหน้าที่คอยควบคุมกฎของสถาบันต่างๆและดูแลนักเรียนของสถาบันทั้งภายในและภายนอก ถูกแบ่งออกเป็นฝ่ายต่างๆเช่น รสรินอยู่ฝ่ายภาคสนาม โมโมเอะอยู่ฝ่ายกิจกรรม มีอำนาจในการลงโทษผู้ที่ฝ่าฝืนกฎระเบียบของสถาบันได้ทันทีหากพบเห็นซึ่งหน้า แต่ส่วนมากมักใช้การตักเตือนมากกว่าเพราะการถูกลงโทษมีผลต่อคะแนนพฤติกรรม สัญลักษณ์ของคณะกรรมการนักเรียนคือ ‘ค้อนของเมดราโทรน’
“อา... รวบรวมครบซะที กว่าจะครบก็ปาเข้าไปเกือบหกโมงเลยหรือนี่” รสรินดูมีอาการเหนื่อยล้าออกจะเมื่อยมากกว่า “เธอไม่เหนื่อยไม่เมื่อยบ้างเหรอ”
“ถ้าได้อยู่กับท่านพี่ ไม่ว่าที่ไหนหนูก็ไหวค่ะ” โรเซลิต้าอ้อน
“จริงๆเล้ย”
ในขณะกำลังเดินไปส่งเอกสารรสรินก็ได้หยุดที่หน้าห้องๆหนึ่ง มันมีป้ายเขียนไว้ว่า อัลเคมี่ (Alchemy) ซึ่งเป็นห้องของชมรมและห้องเรียนภาควิชาเล่นแร่แปรธาตุ เธอยืนจ้องไปที่ป้ายนั้นด้วยสายตาโหยหา
“หยุดทำไมคะ” เด็กหญิงร่างเล็กแปลกใจ เธอมองหน้ารสรินแล้วก็ยิ้ม “อยากเข้าก็เข้าไปสิคะ”
“เดี๋ยว เดี๋ยวก่อนสิโรเซลิต้า !!” รสรินพยายามที่จะขัดขืนแต่ว่าไม่ทันเสียแล้ว ตอนนี้เธอเข้ามาภายในห้องนี้เสียแล้ว ถึงเวลาจะล่วงเลยเข้าสู่ช่วงเย็นแต่ภายในห้องก็ยังมีบุคคลใช้งานอยู่ส่วนหนึ่ง
“มีธุระอะไรเหรอจ๊ะเด็กๆ” หญิงสาวคนหนึ่งถามเมื่อเห็นทั้งสองสาวเข้ามาในห้อง เธอสวมชุดที่แปลกประหลาดเป็นชุดที่ดูคล้ายชุดพยาบาลสีชมพูประดับด้วยหัวกะโหลกถุงมือและถุงเท้ายาวสีชมพูสลับดำและผ้าพันแผล มีผ้าคาดปิดตาที่ตาข้างซ้าย
“คะ.. C.. COOL !!” ดูเหมือนชุดของหญิงคนนั้นจะโดนใจโรเซลิต้ามากทีเดียวถึงกับวิ่งเข้าไปกอด “ชุดของพี่สาวน่ารักมากๆเลยค่ะ โดนใจสุดๆเลยค้า !!”
“หนูเองก็มีอิมเมจที่ Cool เหมือนกันนะจ๊ะ”
“เดี๋ยวเถอะ !! อย่าเสียมารยาทสิ” รสรินดุ ตามด้วยกล่าวขอโทษ “ขอโทษนะคะที่เข้ามาโดยพลการ เอ่อ... คุณ...”
“มารี จ๊ะ” หญิงสาวชุดพยาบาลแนะนำตัว “มารี มาโซลีอัม ฉันเป็นอาจารย์คนใหม่ของที่นี่”
“ต้องขอโทษแทนเพื่อนของหนูด้วยนะคะ อาจารย์มารี” รสรินกล่าวขอโทษ
“รู้สึกท่านพี่จะสนใจศาสตร์เล่นแร่แปรธาตุน่ะคะพี่สาว” โรเซลิต้าฟ้อง “แต่เป็นกรรมการนักเรียนคงไม่มีเวลา”
“งั้นเหรอจ๊ะ ถ้าว่างๆมีอะไรปรึกษาก็แวะมาได้นะ ยินดีต้องรับจ๊ะ”
“ค่ะ ขอบคุณมากค่ะ” ท่าทางรสรินดีใจมากทีเดียว แต่ตอนนี้ต้องรีบไปส่งงาน “หนูขอตัวก่อนนะคะ ไปเร็วโรเซลิต้า”
“ถ้าป่วยล่ะก็บอกนะ อาจารย์จะช่วยรักษาให้เอง” มารีกล่าวอำลาด้วยเข็มฉีดยาในมือ
“หนูจะไม่ป่วยเด็ดขาดค่ะ” รสรินกับโรเซลิค้ากล่าวพร้อมกัน
จบตอนที่ 2.1
DayLignt 2.1
END