2009/Apr/29

ฟ้าผ่าเข้าโมเด็มพังเป็นเครื่องที่สาม -3-

เครื่องนี้ก็ปาเข้าไปเครื่องที่สี่ จะอยู่ได้นานเท่าไรกันนะ

 

ตอนที่สองช่วงแรก

เพื่อนของรสรินทั้ง 6 นั้นมีที่มา...

แต่จะมีใครรู้มั้ยนะ ?

 

 

Nightfall’s Rosette

Day light 2.0

 

   เด็กสาวในชุดนักเรียนสถาบันเมกิโดเนีย กำลังยืนมองมุ่งไปที่หอพักของทางสถาบันซึ่งอยู่บริเวณด้านหลังนอกเขตอาคารเรียนด้วยกริยานิ่งเงียบ ขณะนั้นเป็นเวลาประมาณ 7.00 น. นักเรียนคนอื่นๆเริ่มที่จะออกไปเรียนตามปกติ บ้างก็ส่งเสียงทักทายกัน บางก็ตั้งกลุ่มยืนรอเดินทางด้วยกัน มีบางส่วนที่เดินสวนผ่านไปกับเด็กสาวคนนี้แต่เธอก็ไม่ได้สนใจ

 

   ภายในห้องของหอพักเมกิโดเนียห้องที่ 303 ซึ่งเป็นชั้นที่สามในจำนวนหกชั้นไม่นับรวมดาดฟ้า เป็นห้องของรสรินที่ได้ลงทะเบียนต่ออายุไว้ก่อนที่จะเปิดเทอมใหม่ ขณะนี้เธอกำลังแต่งตัวเตรียมที่จะเข้าเรียนวันแรกเหมือนกับนักเรียนคนอื่นๆทั่วไป

 

   “ไม่ได้เข้าปฐมนิเทศ มันน่าเสียใจขนาดถึงกับร้องไห้เชียวเหรอคะ ท่านพี่” เด็กสาวร่างเล็กนั่งอยู่บนเตียงภายในห้องนั้น เธอใส่ชุดนักเรียนเมกิโดเนียระดับชั้น เซคันด์(Second) พูดกับอีกคนในห้องนั้น

 

   “ก็เมื่อวานเป็นวันรับสมัครคณะกรรมการนักเรียนนี่นา รับแค่วันเดียวด้วย” เด็กสาวสวมแว่นตาในชุดนักเรียนระดับแอดว้านด์(Advance) ตอบกลับ แล้วหยุดนิ่งพักหนึ่งจากนั้นเธอหันควับไปที่เตียงอย่างรวดเร็ว

 

   “นี่เธอเข้ามาเมื่อไร ? ทางไหนกัน !?” รสรินตวาดถามโรเซลิต้าที่นั่งอยู่บนเตียงอย่างลึกลับแต่เธอไม่ได้ตอบคำถามของรสริน เพียงแต่ชี้นิ้วไปทางหน้าต่างของห้องแทนคำตอบของปริศนาทั้งหมด สร้างความงุนงงไว้บนใบหน้าของรสริน

 

   ก๊อกๆ ขณะที่กำลังพูดคุยกันเสียงเคาะประตูก็ดังขึ้นขัดจังหวะ รสรินจึงเดินไปเปิดประตู

 

   “คณะกรรมการนักเรียนของพวกเราขาดเธอไม่ได้หรอกนะ รสริน เซคเร็ดฮาร์ท” ทันทีที่เปิดประตูออกก็พบกับเด็กสาวสวมแว่นหวีผมเรียบร้อยปลายผมม้วนเป็นลอนในชุดนักเรียนเมกิโดเนียระดับแอดว้านด์ บุคลิกดูคล้ายกับรสรินเสมือนเป็นรสรินอีกเวอร์ชั่นหนึ่งเลยทีเดียว

 

   “พี่อานาตาเซีย โรมาน่า !!” รสรินประหลาดใจเมื่อได้พบกับรุ่นพี่ของเธอ และได้ถามออกไป

   “รู้ได้ยังไงคะ ว่าฉันอยู่ที่นี่ ? แล้วพี่มีธุระอะไรหรือเปล่าคะ ?”

อานาตาเซีย ไม่ใช่ อานาสตาเซีย นะจ๊ะ

   “ไม่มีอะไรภายในอาณาเขตแห่งนี้ที่ฉันไม่รู้ ไม่มี !!” พูดจบเธอก็หัวเราะแล้วก็ตอบอีกคำถามหนึ่ง “ก็อย่างที่บอกนั่นล่ะนะ คณะกรรมการนักเรียนของพวกเราขาดเธอไปไม่ได้หรอก” อานาตาเซียย้ำคำพูดเดิมแล้วเธอก็ยื่นกระดาษแผ่นหนึ่งให้กับรสรินซึ่งเป็นใบสมัครเข้าเป็นกรรมการนักเรียน ระหว่างนั้นก็สังเกตเห็นโรเซลิต้าโบกมือทักทายเบาๆมาทางเธอ แต่อานาตาเซียก็ไม่ได้สนใจ

 

   “ขอบคุณค่ะรุ่นพี่ ถ้าไม่มีรุ่นพี่ล่ะก็แย่แน่เลยค่ะ แต่จะไม่เป็นอะไรเหรอคะเลยวันรับสมัครมาแล้วแบบนี้...”

   “รองประธานคณะกรรมการนักเรียนอย่างฉันรับรองเองไม่ต้องห่วง เรื่องนี้ท่านประธานอาเบลก็เห็นด้วย” อานาตาเซียตอบอย่างมั่นอกมั่นใจ จากนั้นก็ยกข้อมือดูนาฬิกา

   “ฉันไปก่อนนะ อ้อ หลังเลิกเรียนไปที่ห้องคณะกรรมการนักเรียนด้วยนะ รสริน” พูดจบเธอก็เดินกลับสถาบันเมกิโดเนียอย่างรวดเร็วกระฉับกระเฉง  ยังไปไม่ได้ไกลอานาตาเซียก็หันกลับมาทิ้งท้าย “รีบๆไปก่อนที่จะมีผู้ชุมนุมประท้วงมานะ”

 

   “ค่ะรุ่นพี่” รสรินตอบรับและหันไปทางโรเซลิต้า

   ”ไปหาอาหารเช้าทานกัน โรเซลิต้า” รสรินชักชวนเด็กสาวร่างเล็ก

   “ค้า ท่านพี่” โรเซลิค้าตอบรับอย่างร่าเริงแล้วก็หยิบถุงบรรจุของเหลวสีแดง น้ำมะเขือเทศออกมาจากกระเป๋า

   “หา... อีกแล้วเหรอ ?” จากนั้นทั้งสองก็ถือกระเป๋าเดินออกจากห้องล็อคประตูมุ่งสู่ศูนย์อาหารหอพักของสถาบัน

 

      ณ ห้องผู้อำนวยการสถาบันเมกิโดเนียภายในประดับไปด้วยถ้วยรางวัล ใบประกาศเกียติคุณต่างๆจัดแสดงเรียงรายในตู้จัดแสดงมีโต๊ะทำงานตั้งอยู่ด้านในสุดกึ่งกลางของห้องบนโต๊ะมีกองเอกสารจำนวนหนึ่ง ด้านหลังโต๊ะเป็นหน้าต่างประดับด้วยธงประจำสถาบันเมกิโดเนียและมีบุคคลสองคนอยู่ในห้อง คนหนึ่งเป็นผู้ชายวัยกลางคนร่างท้วมใส่ชุดสูทสีขาวยืนหันหน้าไปทางหน้าต่างอยู่หลังโต๊ะทำงานมองทิวทัศน์รอบนอก อีกคนหนึ่งเป็นหญิงสาวยืนอยู่กลางห้อง ผมของเธอสีเงินสวมผ้าคาดพันแผลปิดตาข้างซ้ายใส่หมวกคล้ายหมวกพยาบาลและสวมเสื้อคลุมสีดำ

 

   “หลังจากทุกฝ่ายได้พิจารณาคุณสมบัติของคุณแล้ว ทางเรายินดีเป็นอย่างยิ่งหากได้คุณมาถ่ายทอดความรู้ให้แก่นักเรียนของเรา คุณมารี มารี มอโซลีอัม” ผู้อำนวยการกล่าวยอมรับในความสามารถและอนุญาตให้ดำรงตำแหน่งอาจารย์ภาควิชาเล่นแร่แปรธาตุของสถาบันเมกิโดเนีย

 

   “ขอบพระคุณค่ะ ท่านผู้อำนวยการ ดิฉันรู้สึกเป็นเกียรติที่ได้เข้ารับตำแหน่งเป็นหนึ่งในคณาจารย์ของสถาบันเมกิโดเนียแห่งนี้ ดิฉันจะพยายามเต็มความสามารถที่จะถ่ายทอดความรู้ความสามารถให้แก่นักเรียนทุกคนค่ะ ท่านผู้อำนวยการสเปนเชอร์ เฮอร์เบิท” หญิงสาวตอบรับคำกล่าวของผู้อำนวยการก่อนที่จะปลีกตัวออกไปปฏิบัติหน้าที่

   “ดิฉัน ขอตัวก่อนนะคะ”

   “เชิญครับ”

 

   บริเวณซุ้มประตูหน้าทางเข้าสถาบันเมกิโดเนียซึ่งถ้าเดินจากหอพักของสถาบันจะต้องเดินตามถนนอ้อมมาที่ซุ้มประตูนี้เพื่อเข้าสู่สถาบันเมกิโดเนีย จุดนี้ถือว่าเป็นหน้าตาของเมืองนี้เลยก็ว่าได้ซุ้มประตูนี้เป็นสถาปัตยกรรมแบบกอทิก มีผนังเปิดกว้างสูงตระหง่านประดับด้วยรูปสลักลวดลายอันซับซ้อนของสัญลักษณ์ของศาสนศาสตร์

 

   “ท่านพี่รู้ไหม ว่ากันว่าถ้าใครเดินขึ้นบันไดที่ซุ้มประตูนี้ได้ 13 ขั้นจะถูกพาตัวไปยังสรวงสวรรค์และไม่กลับมาอีกเลย” ระหว่างที่โรเซลิต้าเล่าเรื่อง รสรินก็มองไปทางบันไดของซุ้มประตูซึ่งมีเพียง 6 ขั้นเท่านั้น

 

   “คงมีแต่คนเมาเท่านั้นล่ะที่เดินขึ้นที่นี่ได้ 13 ขั้น” รสรินตอบกลับพร้อมหัวเราะ หึหึ เบาๆอยู่ในลำคอ

 

   “เป็นไปได้สิคะท่านพี่ พอเราเดินขึ้นไปตามปกติถึงขั้นที่ 6 จะมีผู้ชายที่มีปานรูปดาวอยู่ที่ไหล่ด้านหลังมาหยุดเวลาแล้วแบกลงไปข้างล่างอีกที ทีนี้ถ้าเดินซ้ำอีกรอบรวมกับก้าวสุดท้ายก็จะได้เป็น 13 ขั้นพอดีไงค่ะ” โรเซลิต้าอธิบาย...

 

   รสรินไม่ได้ตอบอะไรกลับเพียงแต่ส่ายหน้าและถอนหายใจเดินเข้าซุ้มประตูเพี่อผ่านไปสู่ภายในของสถาบันเมกิโดเนียที่มีอาณาเขตกว้างใหญ่ดูโบราณมีมนต์ขลังแผงด้วยพลังแห่งศิลปะ เนื่องจากในอดีตสถานที่แห่งนี้เคยเป็นป้อมปราการขนาดยักษ์ที่ใช้ในการทำสงคราม ต่อมาเมื่อสงครามยุติตระกูล’เมกิโดเนีย’ ได้เข้ามาบุกเบิกฟื้นฟูดินแดนแห่งนี้โดยเน้นเรื่องการเป็นศูนย์การแห่งความรู้ของโลก ป้อมปราการขนาดยักษ์แห่งนี้จึงถูกเนรมิตซ่อมแซมต่อเติมตกแต่งด้วยศิลปะแบบกอทิกทั้งด้านสถาปัตยกรรม ประติมากรรม และจิตรกรรม เพื่อเป็นสถาบันแห่งการศึกษาเมกิโดเนีย

 

   “ถึงซะที ปีนี้หวังว่าจะอยู่กันพร้อมหน้าอีกนะ” รสรินกับโรเซลิต้าเดินถึงห้องเรียน A2-2 เป็นชั้นเรียนระดับแอดว้านด์ปี 2 ห้องที่ 2 ซึ่งตั้งอยู่ชั้นที่สองของอาคารทิศเหนือสุดของสถาบัน

 

   “แล้วเธอมาทำอะไรที่นี่ล่ะ ไปห้องเธอสิโรเซลิต้า” รสรินหันมาบอกโรเซลิต้าที่เดินตามมาจนถึงหน้าห้อง A2-2

   “รีบไปสิ ก่อนที่แสงแดดจะแรง” รสรินย้ำเตือนอีกครั้งเนื่องจากรู้ว่าโรเซลิต้าแพ้แสงแดดแรงๆ

   “ค่ะ ท่านพี่ แล้วเจอกันใหม่นะคะ” เด็กหญิงร่างเล็กตอบพร้อมโบกมือลาแล้วเดินไปยังห้องเรียนของตน

   “เดี๋ยวก่อน !!” เดินไปได้ก้าวสองก้าวรสรินก็ตะโกนเรียกอีกครั้ง โรเซลิต้าหยุดหันกลับมาแต่ไม่ได้ตอบอะไร แล้วรสรินก็หยิบผ้าเช็ดหน้าออกมาเช็ดที่มุมปากของโรเซลิต้าที่เลอะคราบน้ำมะเขือเทศอยู่เล็กน้อยออกอย่างเบามือ

   “ระวังหน่อยสิ เธอเองเป็นผู้หญิงนะโรเซลิต้า”

   “ค่ะ ท่านพี่” เด็กหญิงยิ้มเล็กๆออกมา แก้มของเธอเหมือนปรากฏสีแดงระเรื่อจางๆให้เห็น จากนั้นก็เดินจากไป

 

   ชั้นเรียนของสถาบันเมกิโดเนีย โต๊ะและชั้นนั่งของนักเรียนมีลักษณะแบบห้องประชุมรูปตัว U เป็นชั้น 3 ชั้นมีทางเดินขั้นสองทางทำให้ชั้นนั่งถูกแบ่งเป็นสามส่วน ซ้าย กลาง และขวา มีโต๊ะอาจารย์หน้าห้องเป็นศูนย์กลาง

 

   ครืด... เมื่อรสรินเปิดประตูก็เห็นนักเรียนจำนวนหนึ่งอยู่ในห้องนั้นแล้ว บ้างจับกลุ่มคุยกัน บ้างก็นั่งอ่านหนังสือ ที่เห็นเด่นชัดก็มีกลุ่มคนหกคนคุยกันอยู่หน้าห้อง และอีกสามคนหลังห้องที่นั่งยกขาพาดโต๊ะอย่างไร้มารยาท เมื่อรสรินเดินเข้ามาให้ห้องเรียน กลุ่มคนที่อยู่หน้าห้องหกคนก็หันมาทางรสริน

 

   “โอ้โฮ ดูซิว่าใครมา” ชายท่าทางเจ้าชู้ในกลุ่มทักทาย “ไม่เห็นเธอเมื่อวานนี้ ฉันคิดว่าเธอสอบไม่ผ่านนะเนี่ย”

   “เสียใจด้วยนะที่ไม่ได้เป็นอย่างที่นายคิด !! ปีเตอร์ สตอมเมอร์”  รสรินตอบกลับไปเคืองๆเล็กน้อย

   “น่าๆ อย่าคิดมากเลย หมอนี่ก็เป็นแบบนี้เรื่อยนั่นแหละ” ชายอีกคนในกลุ่มขัดขึ้นเขามีบุคลิกที่ดูเยือกเย็น

   “รู้แล้วน่า มาน่า เลิฟเลท” เธอตอบพร้อมกับถอนหายใจ

   “เธอดูสวยขึ้นนะคะ รสริน” เด็กสาวเรียบร้อยผมยาวมัดไว้ด้านหลังทักทาย

   “ดูตู้มขึ้นด้วย !!”  เด็กสาวร่าเริงทรงผมเหมือนขนมปังครัวซองคู่ทักทายเสียงดัง

   “เธอเองก็สวยขึ้นเหมือนกัน ซูฉี จาง” รสรินมองไปทางเด็กสาวผมครัวซองคู่ “ส่วนเธอ ถึงโลกนี้จะอดอยากแต่ผมของเธอจะไม่อดตาย !? โมนิค มัลเลเน่”

   “ปีนี้พวกเราก็ได้อยู่กันพร้อมหน้าเหมือนเดิมสินะ” เด็กหนุ่มบุคลิกออกไปทางแนวพังค์ทักทาย

   “แล้วนายอยู่ห้องนี้ตั้งแต่เมื่อไร ? ไดมอนด์ ชายน์” เด็กหนุ่มใส่แว่นดูแก่เรียนพูดขึ้น

   “ฉันกลัวพวกนายจะเหงาก็เลยมาอยู่เป็นเพื่อนน่ะสิ  วอเรน วิคเตอร์”

   “จริงๆแล้วนายไม่มีเพื่อนใช่ไหมไดมอนด์ ?” รสรินพูดเสริม แล้วทุกคนก็หัวเราะยกเว้นไดมอนด์ที่โวยวายอยู่ลำพัง

 

   ตลอดเวลาตั้งแต่รสรินเดินเข้าห้องมากระทั่งจบการพูดคุยสนทนาเด็กหนุ่มซึ่งนั่งอยู่กลางชั้นเรียนคนหนึ่งมองมาทางรสรินตลอดไม่สนใจใครอื่นพลางนั่งยิ้มเพียงลำพังอยู่อย่างนั้น

 

   ปัง !! เสียงทุบโต๊ะดังขึ้นจากหลังห้อง กลุ่มคนไร้มารยาทสามคนนั้นนั่นเอง คนหน้าสุดซึ่งเป็นคนทุบโต๊ะมองไปทางอีกกลุ่มหนึ่งซึ่งยืนนิ่งเงียบทั้งที่ก่อนหน้าหัวเราะอยู่ด้วยสีหน้าไม่พอใจและกำลังลุกขึ้นเดินไปทางนั้นท่าทางเหมือนเข้าไปหาเรื่อง ขณะนั้นก็มีเด็กหนุ่มอีกคนนั่งอยู่ใกล้ๆกันลุกขึ้นมาขวางเพื่อไม่ให้เกิดเหตุกระทบกระทั้งกัน

 

   “ถอยไป อย่ามาขวาง” นักเลงใหญ่พูดพร้อมผลักเด็กหนุ่มที่ขวางอยู่ล้มลงบนชั้นนั่ง

   “เอะอะอะไรกัน ฉันนอนอยู่ไม่เห็นหรือไงวะ” เขาพูดด้วยอารมณ์โกรธฉุนเฉียว

 

   “กลับไปนอนที่บ้านสิ” รสรินพูดตอบกลับไปอย่างไม่เกรงกลัว พร้อมด้วยเสียงเพื่อนๆเรียกชื่อรสรินเป็นฉากหลังด้วยความตกใจ

   “เห็นทีวันนี้ฉันคงต้องสั่งสอนนังหญิงอวดดีนี่สักหน่อยแล้ว !!” เขาพูดพร้อมกับง้างแขนและชกไปที่หน้าของรสริสอย่างรวนเร็วและรุนแรง

 

   วินาทีขณะหมัดพุ่งไปนั้นถ้าเป็นคนธรรมดาคงไม่อาจจะหลบได้ทันและด้วยแรงอัดระดับร้อยปอนด์มากพอที่จะทำให้สลบไปทันทีและถ้าเป็นคนร่างกายไม่แข็งแรงแล้วล่ะก็อาจเป็นอันตรายถึงชีวิตเลยทีเดียวหากโดนบริเวณจุดสำคัญ แต่สำหรับรสรินเมื่อสัมผัสได้ถึงอันตรายประสาทสัมผัสและการตอบสนองของสติสัมปชัญญะจะสูงขึ้นมากกว่าคนปกติถึงสามเท่าในอัตโนมัติโดยที่ตัวเธอเองก็ไม่รู้ว่าเกิดขึ้นได้อย่างไร เธอมองเห็นการเคลื่อนไหวของหมัดที่พุ่งจู่โจมตีได้อย่างชัดเจน รสรินเบี่ยงหน้าหลบแล้วเอามือขวาจับที่แขนด้านในแล้วหมุนตัวอ้อมไปด้านหลังถีบเข้าที่ข้อพับของเข่า ชายคนนั้นทรุดลงโดยที่รสรินจับแขนบิดไว้ด้านหลังเขามีสีหน้าประหลาดใจอย่างมากกับเหตุการณ์ที่เกิดขึ้น

   “ถ้าเป็นคนธรรมดาล่ะก็ฉันไม่แพ้แน่ แต่เมื่อวานเช้านั้น....” รสรินคิดในใจ

 

   “อย่าได้ใจไปนักเลย นังบ้า !!” นักเรียนหญิงที่อยู่ด้านหลังกับนักเรียนชายอีกคนเดินเข้าไปทางรสรินอย่างรวดเร็ว ทั้งคู่เคยซึ่งเคยนั่งอยู่กับชายนักเลงที่อยู่แทบเท้ารสริน ขณะที่ทั้งสองกำลังจะลงไม้ลงมือกับรสรินก็ถูกห้ามไว้โดยนักเลงใหญ่

   “หยุด พวกแกถอยไป” นักเลงใหญ่ผู้พ่ายแพ้ห้ามลูกน้องของเขาไว้แล้วพูดกับรสริน “ฉันยอมแพ้ ปล่อยได้แล้ว”

 

   รสรินไม่ได้ตอบอะไรกลับไปเธอปล่อยมือและถอยห่างออกมา ชายคนนั้นก็ลุกขึ้นปัดฝุ่นออกจากตัวและเริ่มกล่าวแนะนำตัวเอง

   “ฉันชื่อบอส แมคเบ็ธ” เขามองไปเด็กสาวทางขวามือ “นี่คือซาคป์ บุซซี่”

   และหันไปหาชายหนุ่มอีกทาง “และนี่ วิลเลี่ยม สปิริต” จากนั้นหันกลับมาทางรสริน “ทั้งสองคนเป็นสาวกของฉันเอง”

   “เธอเป็นคนแรกที่ล้มฉันได้ อย่างง่ายๆซะด้วย” เขาพูดต่อและชี้ไปทางรสรินก่อนที่จะเริ่มพูดอีกครั้งหนึ่ง

   “ฉันชอบเธอ...” สิ้นเสียงจากประโยคสุดท้าย ภายในห้องถูกกลืนด้วยความเงียบและเต็มไปด้วยสีหน้าประหลาดใจทั้งกลุ่มเพื่อนหกคน สาวกทั้งสองของบอส กระทั่งรสรินเอง และทุกคนที่อยู่ในห้องนั้น

 

   “บ้าสิ...” คำพูดของรสรินดังขึ้นทลายความเงียบโดยรอบ ท่าทางของเธอดูขระเขินกับเหตุการณ์ที่เกิดขึ้น เธอเดินก้มหน้าเข้าไปนั่งตรงที่ว่างของแถวที่สอง

 

   ปัง !! เสียงทุบโต๊ะของเด็กสาวคนหนึ่งมากับกลุ่มเพื่อนเของเธออีกสามคนท่าทางไม่เป็นมิตรล้อมเด็กหญิงร่างเล็กอย่างโรเซลิต้าไว้แต่เธอก็ไม่ได้สนใจกับกลุ่มคนพวกนี้เธอยังคงนั่งท้าวคางเหม่อลอยตามปกติ สาวเจ้าท่าทางไม่เป็นมิตรจึงได้เริ่มพูดขึ้น

 

   “ไงจ๊ะ แม่คุณหนูเมกิโดเนีย ปีนี้ก็ใช้เส้นผ่านเข้ามาอีกแล้วล่ะสิ” สาวท่าทางไม่เป็นมิตรพยายามยั่วโรเซลิต้า

โรเซลิต้าหันหน้าสายตาจดจ้องไปที่เด็กสาวที่พูดยั่วอย่างใจเย็นแล้วพูดขึ้นมาประโยคหนึ่ง

 

   “ทำไมเธอไม่กลับไปนั่งที่เงียบๆซะล่ะจ๊ะ” เธอพูดพร้อมกับจ้องตาและยิ้มให้

 

   เด็กสาวที่โรเซลิต้าพูดด้วยเธอเริ่มออกเดินไปนั่งที่ของตัวเองอย่างเงียบๆไร้การตอบโต้โร เธอเดินออกไปด้วยอาการเหม่อลอยเหมือนคนตกอยู่ในภวังค์

 

   “ซาร่า ซาร่า เดี๋ยวสิเธอ” เพื่อนๆของเด็กสาวคนนั้นเรียกหล่อนแต่ก็ไร้คำตอบเธอเดินเหม่อลอยไปทางที่นั่งของตนเองอย่างเงียบๆ

 

   “ฝากไว้ก่อนเถอะ ยัยคุณหนูปีศาจ”


โปรดติดตามตอนต่อไป

to be continue...

 

 

edit @ 4 May 2009 17:52:22 by ~๑ DiGiNeKO LuN@๑~

ชื่อ: 
เว็บไซต์: 
คอมเมนต์:




smilebig smileopen-mounthed smileconfused smilesad smileangry smiletonguequestionembarrassedsurprised smilewinkdouble winkcry
เอามาลงไวๆนะ รออ่านตอนต่อไปอยุquestion
#1  by  BuildinG (125.24.173.82) At 2009-04-30 19:57, 

<< Home