Fic หัดแต่ง ตอนที่ 1
แนะนำ ตัวละครหลักสองคน
Nightfall’s Rosette
Day Light 1.0
“โอย...ร้อน...”
“อึดอัด...ยังกับมีอะไรทับบนตัวอยู่เลย” เด็กสาวคนหนึ่งกำลังคิดและมีทีท่าทรมานอยู่ในความมืด
กริ๊งงงงง !! เสียงหนนึ่งดังขึ้นแหวกความมืดนั้น เธอลืมตาตื่นขึ้นแล้วมองไปด้านซ้ายของหัวเตียงพร้อมเอื้อมมือไปคว้านาฬิกาปลุกเข้ามาดู 5.30 น. เป็นเวลาในขณะนั้น เสร็จแล้วจึงนำนาฬิกาปลุกวางกลับที่เก่าก่อนจะนอนลงอีกครั้งหนึ่ง แต่ว่าไม่ได้หลับเธอมองไปบนเพดาน พร้อมกับวางแผนสำหรับกิจกรรมที่จะต้องดำเนินการภายในวันนี้อยู่ในห้องที่ยังคงมืดมีเพียงแสงสลัวๆ เนื่องจากยังไม่ได้ลุกขึ้นไปเปิดม่าน แล้วตอนนี้ที่เธอรู้สึกถึงความผิดปกติบางอย่างกับร่างกายมันยังร้อนและอึดอัด เหมือนมีอะไรบางอย่างทับอยู่บนร่างกายเธอ เมื่อไล่สายตาลงมาจากเดิมมองไปที่บริเวณหน้าอก ปรากฏเห็นสิ่งผิดปกติได้อย่างชัดเจนผ้าห่มที่ปกคลุมอยู่บริเวณนั้นมีลักษณะเป็นโปร่งพองนูนสูงจากร่างกายเธออย่างประหลาด “ตุบ” หัวใจของเด็กสาวเต้นแรงขึ้น
“อะไรน่ะ” เธอถามกับตัวเองด้วยน้ำเสียงสั่นๆ หลังจากเห็นในสิ่งที่ผิดปกตินั้น
เด็กสาวเอื้อมมือเปิดผ้าห่มอย่างช้าๆทั้งที่ยังอยู่ในท่านอน ผ้าห่มยกสูงขึ้นเกิดเป็นช่องใหญ่เพียงพอที่จะมองเห็นสิ่งที่อยู่ด้านในได้อย่างชัดเจน แต่เนื่องด้วยในห้องยังมืดอยู่มีเพียงแสงสลัวๆเล็ดรอดจากขอบหน้าต่าง และเธอคนนี้สายตาสั้น จึงไม่สามารถแยกแยะอะไรก็ตามที่อยู่ด้านในได้ ขณะนี้ใจของเด็กสาวเตลิดย้อนกลับไปช่วงเวลาคืนก่อนประมาณสี่ทุ่ม ถึงภาพตนเองกำลังนั่งอ่านบทความในฟอร์เวิร์ดเมลจากแอดเดส Roze00@celestia.com ใจความว่า...
“ในปี 1995 เกิดคดีฆาตกรรมหญิงสาวขึ้นในหอพักของโบสถ์ St E มูลเหตุเชื่อว่าเกิดจากรักสามเศร้า สองหญิงหนึ่งชาย เริ่มจาก นางสาว L นักบวชฝึกหัดเป็นเพื่อนสมัยเด็กของ นาย H ได้รู้จักกับสามีภรรยาคู่หนึ่งก็คือ นาย H หนุ่มหล่อประจำหมู่บ้านมีฝีมือเรื่องกีฬาเนื้อหอมในหมู่สาวๆ และภรรยาของนาย H นาง Y หญิงสาวจากเมืองข้างๆ เป็นกุลสตรีเพียบพร้อมงดงามทั้งกิริยามารยาท
คู่สามีภรรยานี้มักจะมาโบสถ์ทุกวันอาทิตย์ วันหนึ่งนาง Y เห็นสามีตนพูดคุยกับนางสาว L ท่าทางสนิทสนม จึงเข้าขัดจังหวะกลางวงสนทนาเพราะความหึงหวง ตอนนั้นเองที่นาย H แนะนำภรรยาให้ ได้รู้จักกับ นางสาว L ซึ่งเป็นนักบวชฝึกหัดของโบสถ์ St E วันเวลาผ่านไปทั้งสามก็ยิ่งสนิทกันมากขึ้นแต่ในความสนิทสนมนั้นเสมือนมีอะไรบางอย่างแอบแฝง จนถึงวันหนึ่ง นาง Y กับ นาย H เริ่มมีปัญหาในชีวิตคู่เกิดขึ้น นาย H จึงมาขอให้ นางสาว L เป็นที่ปรึกษาทั้งคู่นั่งอยู่บริเวณด้านหน้าหอพักของโบสถ์ นาย H เริ่มมีน้ำตาไหลเลอะแก้ม นางสาว L เห็นดังนั้นจึงได้โน้มศีรษะนาย H มาซบที่อกปลอบโยนในฐานะเพื่อนเก่า ทว่าด้านหลังพวกเขามีเงาดำหนึ่งอยู่... นาง Y นั่นเอง
คืนนั้นนาง Y มาค้างคืนกับ นางสาว L และได้ถามถึงเหตุการณ์เมื่อช่วงวัน นางสาว L ก็ได้เล่าให้ฟังอย่างละเอียดทำให้นาง Y คลายความกังวลลงได้บ้าง ไม่นานมีเสียงเคาะประตูดังขึ้น L จึงลุกไปเปิดประตู ปรากฏเป็นนาย H ยืนตระหง่านตรงหน้าท่าทางแฝงด้วยความเศร้าเข้าสวมกอดกับนางสาว L อย่างไม่ทันตั้งตัว เธอผลักตัวเขาออกแล้วบอกอย่างร้อนรนว่า ตอนนี้ดึกมากแล้วให้กลับมาใหม่วันพรุ่งนี้ แต่ยังไม่ทันจะพูดจบ...
ฉูดด..!! ใบหน้าของนาย H เปื้อนไปด้วยเลือด ของนางสาว L เธอหันกลับไปหานาง Y จากนั้นก็หันกลับมาทางนาย H แล้วล้มลงก้นคะมำกับพื้น เลือดเจิงนองไปทั่วก่อนจะเอ่ยถามว่า “ทำไม” ด้วยเสียงแหบพร่า นาง Y หยุดนิ่ง ส่วนนาย H โยนแผ่นกระดาษบางอย่างโปรยลงมาบริเวณด้านหน้าของเธอ พร้อมได้พูดว่า นั่นคือรูปถ่ายจาก “นักสืบจับบ้านเล็ก” ที่ได้จ้างให้ตามสืบภรรยา ในภาพนั้นเป็นรูปของ Y และ L ทั้งคู่มีท่าทางสนิทสนม สนิทสนมจนเกินไปเสียด้วยซ้ำ บางภาพเสื้อผ้าของทั้งคู่แทบจะเปลือยเปล่า
ร่างกายของ L กองราบกับพื้นมีอาการชักเป็นระยะ เลือดนองออกไปจุดที่เธอนอนอยู่เป็นบริเวณกว้าง นาย H ได้สติเห็นเพื่อนเก่าจมกองเลือดใกล้เสียชีวิต ยกมือตนซึ่งเลอะไปด้วยคราบเลือดขึ้นมามองดู ดวงตาของเขาเบิกโพลง ลมหายใจรุนแรง เขาตะโกนสุดเสียงและวิ่งหนีออกไป ทิ้งภรรยาเขาและเพื่อนสาวไว้จมกองเลือด ทางด้านนาง Y ตกตะลึงกับสิ่งที่เห็นนั่งค้างนิ่งงัน ก่อนที่จะได้สติแล้วคว้าโทรศัพท์มือถือแจ้ง 911
เช้าวันรุ่งขึ้นทางตำรวจได้รวบตัวนาย H สามีไว้ได้ทัน และได้แจ้งข้อหาฆ่าคนตาย รอศาลลงอาญา ทางฝ่ายภรรยาได้จัดทำพิธีศพให้กับกิ๊กรักของตนนางสาว L และได้เสียชีวิตโดยไม่ทราบสาเหตุหลังจากนั้นไม่นานในห้องที่เกิดเหตุ มีข่าวลือจากผู้ที่สัญจรไปมาและผู้ได้เข้าพักที่ห้องนั้นว่า พบเหตุการณ์ประหลาดว่า “รู้สึกเหมือนมีอะไรบางอย่างอยู่ในห้องนั้น และเวลานอนรู้สึกเหมือนมีอะไรบางอย่างมาทับอยู่บนร่างกาย” ซึ่งน่าแปลกเพราะเหตุการณ์นี้จะเกิดขึ้นกับเฉพาะเพศหญิงเท่านั้น…”
“คง...ไม่ใช่หรอกน่า มันก็คงเป็นแค่เรื่องแต่งนั่นแหละ ไม่มีทางเป็นจริงไปได้หรอกน่า ฮะฮะ” เด็กสาวพูดออกมาอย่างขัดเขิน หลังจากี่คิดถึงข้อความในฟอร์เวิร์ดเมลเมื่อคืนก่อนแล้วหัวเราะแห้งๆ
“เอ๊ะ หอพักโบสถ์ St E นี่มันใช่ St Emilia ที่เราอยู่ตอนนี้หรือเปล่าหว่า...” ความคิดของสาวน้อยผุดออกมาหลังจากสิ้นสุดคำพูด เสียงหัวเราะเงียบหายไปแทนด้วยเม็ดเหงื่อผุดขึ้นที่ขมับไหลย้อยลงผ่านแก้ม เธอหลับตาสั่นศีรษะไปมาแล้วเบิกดวงตามองเข้าไปในโพรงผ้าห่มใต้ร่างของเธออีกครั้งหนึ่ง แล้วหลีดวงตาตั้งใจเพ่งมองเข้าไป เห็นบางสิ่งบางอย่างมีลักษณะเป็นเส้นๆสีดำคล้ายกับเส้นผมที่สยายไปมานิ่งอยู่ด้านใน ทันใดนั้นเอง มีสิ่งหนึ่งทะยานออกจากโพรงมาสัมผัสบริเวณไหล่ซ้ายของเธอ เป็นแขนนั่นเองที่พุ่งออกมาและมือได้จับอยู่ที่ไหล่ หัวใจของเด็กสาวเต้นแรงและถี่ขึ้นอีก ใบหน้าหวาดกลัวดวงตาเบิกโพรงมองเข้าไปในโพรงผ้าห่ม แลเห็นเป็นแสงวงกลมสีแดงดั่งดวงเนตรเพลิงที่จ้องเขม็งมายังเธอ สิ่งนั้นค่อยๆเคลื่อนที่อย่างช้าๆตรงด้านหน้าเข้าใกล้เด็กสาวเข้ามาเรื่อยๆ เรื่อยๆ อย่างช้าๆ แขนอีกข้าง หนึ่งพุ่งออกมาจากโพรงเลยศีรษะของเธอไปทางด้านหลัง สิ่งนั้นคลืบคลานขึ้นมาเรื่อยๆ จนในที่สุดแสงสีแดงเพลิงก็ขึ้นมาอยู่เหนือศีรษะของเด็กสาว จ้องมองลงมาหาเธอซึ่งอยู่เบื้องล่างแขนของสิ่งนั้นเคลื่อนเข้ามาบริเวณใบหน้าของเด็กสาว
“เป็นอะไรไปคะ ท่านพี่ รสริน เซคเร็ดฮาร์ท” เสียงเล็กๆนุ่มๆเสียงหนึ่งดังขึ้นพร้อมกับภาพต่างๆที่ชัดเจนขึ้น หลังจากที่แว่นสายตาถูกสวมลงบนใบหน้าของเด็กสาวที่นอนอยู่ มีนามว่า รสริน เซคเร็ดฮาร์ท โดยเด็กสาวร่างเล็กอีกคนนึ่งซึ่งอยู่บนตัวของรสรินในขณะนี้ ความหวาดกลัวของรสรินเจือจางลง สายตาจ้องมองไปที่เด็กหญิงที่นั่งอยู่บนร่างของเธอ แล้วสูดหายใจเข้าไปลึกๆ ...
“โร.....เซ....” รสรินพูดด้วยน้ำเสียงเยือกเย็น ก่อนที่จะระเบิดเสียงเต็มกำลัง “โรเส็ท วี โลลิต้า เมกิโดเนีย !!” เสมือนดั่งภูเขาไฟระเบิดเสียงก้องกังวานพ่นลาวากระจายฝุ่นควันปกคลุมไปทั่วพื้นที่ทุกทิศทุกทางที่แผ่ขยายอำนาจการทำลายล้างจะไปถึง ทั่วบริเวณสั่นสะเทือนไปด้วยคลื่นเสียงนั้น
ภายในห้องสว่างขึ้นจากแสงไฟนีออนภายในห้อง ผนวกรวมกับแสงอาทิตย์อ่อนๆยามเช้ามืด ลักษณะภายในห้องเป็นสี่เหลี่ยมมีเตียงอยู่มุมห้อง หน้าต่างทางทิศตะวันออก ห้องน้ำอยู่ฝั่งตรงข้ามกับเตียง ขณะนี้มีเพียงเด็กสาวผูกผมหางม้าคู่หรือทรงทวินเทลสีดำ ใบหน้าถูกพันไว้ด้วยผ้าพันแผลบริเวณตาด้านขวา โรเส็ท วี โลลิต้า เมกิโดเนีย นอนคว่ำหน้าราบไปกับพื้นเตียงใบหน้าคว่ำลงทับหมอนโดยมีแขนทั้งสองข้างกอดหมอนเอาไว้ เธอหันหน้าไปทางห้องน้ำก่อนที่จะพูดด้วยเสียงเอื่อยๆขึ้นมา
“นี่ ท่านพี่คะ ไม่เห็นจะต้องตะโกนเสียงดังขนาดนั้นเลยนี่ อยู่ใกล้กันแค่นี้เองหูอื้อไปหมดเลยเนี่ย อีกอย่างไม่ต้องเรียกชื่อเต็มของหนูซะเต็มยศก็ได้นะรู้ว่ามันลำบาก เรียกชื่อกลาง ‘โรเซลิต้า’ ก็พอแล้วล่ะค่ะ ท่านพี่”
“ก็ใครใช้ให้หล่อนแอบเข้ามามุดเข้ามานอนในผ้าห่มฉันแล้วทำตาเรืองแสงใส่ฉันล่ะ แถมยังคืนก่อนยังส่งเมลประหลาดๆมาให้อีก !!” รสรินตอบกลับมาเสียงดังขณะกำลังอาบน้ำ
โรเซลิต้าลุกขึ้นนั่งเอียงศีรษะเล็กน้อยพูดหยอกล้อด้วยสำเนียงกวนๆ “จะไปรู้เหรอคะ ดวงตาของหนูก็เรืองแสงในที่มืดตั้งแต่เกิดแล้ว แต่ท่านพี่เนี่ยภูมิต้านทานเรื่องสยองขวัญต่ำเช่นเคยนะคะ” เธอหยุดพักหนึ่งแล้วก็พูดขึ้นอีก “นี่แล้วรู้ไหมว่าในห้องน้ำของหอพักของโบสถ์ St E เนี่ย...”
“เงียบไปเลยนะ !!” รสริสตะโกนเสียงแหลมขัดจังหวะโรเซลิต้าเพื่อไม่ให้พูดต่อ แล้วในห้องก็เงียบไปอีกพักหนึ่ง ไม่นานรสรินก็เปิดประตูห้องน้ำออกมา เธอมีผ้าขนหนูสีขาวห่อหุ้มร่างอยู่ตั้งแต่หน้าอกไล่ลงจนถึงต้นขา เดิมทีรสรินมีผิวขาวอยู่แล้วเมื่อมีผ้าขนหนูสีขาวพันอยู่อีก จึงทำให้ตัวเธอนั้นดูสว่างเจิดจ้ากว่าเดิม เส้นผมสีน้ำตาลของเธอมียังไม่แห้งสนิทดีทอดตัวยาวลงไปตามซอกคออิงไปตามเนินอกอวบอิ่ม เส้นผมส่วนหลังก็ไล่ลงไปหยุดบริเวณกลางแผ่นหลัง จากนั้นเธอก็เดินไปหยิบไดร์เป่าผมแล้วเสียบปลั้กที่ด้านข้างหัวเตียง เปิดสวิทย์และทำการเป่าผมให้แห้ง
“แต่งตัวชุดนักเรียนครบชุดแล้วเข้ามานอนห้องฉันตั้งแต่นาฬิกายังไม่ปลุก ท่าทางเธอจะว่างมากเลยนะโรเซลิต้า แล้วเข้ามาในนี้ได้ยังไง หอพักที่นี่หลังสี่ทุ่มจะปิดประตูห้ามบุคคลภายนอกเข้ามียามของหอพักดูแลอยู่ด้านหน้าอีกด้วยนะ” รสรินเอ่ยถามกับโรเซลิต้าในขณะเป่าผมด้วยความสงสัย
“ก็เพราะว่า...” โรเซลิต้าอ้ำอึ้ง ตามด้วยคำพูดที่น้ำเสียงสดใสกว่าปกติ “ก็คนมันน่ารักอ่ะ”
“.....” รสรินนิ่งเงียบครู่หนึ่ง แล้วบ่นพึมพำกับตัวเอง “ฉันไม่น่าถามเลย ไร้สาระจริงๆ...”
ขณะนี้ด้านนอกสว่างจ้าไปด้วยแสงอาทิตย์ยามเช้า สิ่งมีชีวิตต่างๆเริ่มตื่นตัว ต้นไม้ที่ส่องประกายจากแสงสะท้อนจากน้ำค้าง เหล่านกเริ่มบินออกจากรังหาอาหาร ผู้คนเริ่มออกสัญจรเดินทางไปทำหน้าที่ของตน
“เอาล่ะแต่งตัวๆ “ รสรินบอกกับตัวเองอย่างแจ่มใส แล้วจึงเริ่มลงมือแต่งตัวด้วยชุดนักเรียนประจำสถาบัน ‘เมกิโดเนีย’ ศูนย์กลางการศึกษาของโลก ตั้งอยู่ที่ นครแห่งศูนย์กลาง ‘ซิติเซน ซิตี้’
“หนูช่วยแต่งตัวให้คะ ท่านพี่” โรเซลิต้าเสนอตัวขณะที่รสรินเตรียมเสื้อผ้า ทั้งคู่หันมาสบตากัน
“ไม่ต้อง ฉันแต่งเองได้ย่ะยัยบ้า” รสรินสวนกลับ ทำให้โรเซลิต้างอนตุ๊บป่องหลบสายตาไป จากนั้นรสรินก็แต่งตัวต่อไปหลังจากที่สวมชุดชั้นในเรียบร้อยแล้ว เธอหวีผมปาดซ้ายขวาจัดทรงดูเรียบร้อย ติดกิ๊บที่ผมฝั่งซ้ายของศีรษะรูปกางเขนสีขาวสองตัว รวบผมไปด้านหลังต้นคอผูกโบว์สีขาว สวมเสื้อเชิ้ตสีขาวติดกระดุมด้านหน้าตามด้วยผูกริบบิ้นที่คอเสื้อให้กระชับ จากนั้นจึงสวมชุดแซกวันพีชทับอีกชั้นหนึ่ง เธอเอื้อมมือไปด้านหลังจับสายรัดด้านหลังพยายามดึงและผูกเข้าด้วยกัน แต่ดูเหมือนว่าจะมีปัญหารสรินไม่สามารถผูกสายรัดเสื้อด้านหลังได้ เธอหันหน้าไปที่เตียงแล้วเอ่ยถาม
“นี่ โร...” แต่ไม่ทันที่จะได้ความ ก็เห็นโรเซลิต้านอนหันหลังนิ่งเงียบอยู่บนเตียงไม่สนใจใยดี
“โรเซลิต้า มาผูกสายรัดด้านหลังนี่ให้ทีสิ” รสรินไหว้วานโรเซลิต้า แต่ก็ไร้การตอบสนองพักหนึ่ง
“แต่งเองได้...ไม่ใช่หรือคะ ท่านพี่” โรเซลิต้าตอบกลับทั้งที่ยังอยู่ในอิริยาบถเดิม
“เร็วสิ เดี๋ยวก็ได้ไปสายกันพอดี !!” รสรินเร่งเร้าให้โรเซลิต้าทำตาม เพราะหวั่นที่จะไปเรียนสาย แต่ทางด้านโรเซลิต้ายังคงอยู่ในอิริยาบถเดิมไม่เปลี่ยนแปลง ก่อนที่จะเปิดปากตามมา
“เวลาขอร้องให้ใครสักคนเนี่ย เขาพูดกันแบบนั้นเหรอคะท่านพี่” โรเซลิต้าตอบ โดยไม่หันกลับไปสบตารสริน แต่ใบหน้าของเธอกลับเจือไปด้วยรอยยิ้มน้อยๆที่เต็มเปี่ยมไปด้วยเลศนัย
ใบหน้ารสรินเริ่มแดงกร่ำท่าทางเขินอาย “ช่วยฉัน... ผูกสายรัดเสื้อทีนะ... โรเซลิต้า ขอร้องล่ะ”
“แหม... ถ้าท่านพี่พูดแบบนั้น หนูจะยอมช่วยก็ได้ค่ะ” โรเซลิต้ารับคำแล้วลุกจากเตียงเดินอ้อมไปด้านหลังของรสริน “แน่นแค่นี้พอไหม” โรเซลิต้าถาม “อะ อืม” รสรินตอบพร้อมพยักหน้า
“เสร็จแล้วค่ะ ท่านพี่” โรเซลิต้าตอบอย่างแจ่มใสพร้อมกับหัวเราะคิกคัก โดยมีรสรินอยู่ข้างหลัง
โป๊ก !! “โอ๊ย เจ็บนะ มาเขกหัวหนูทำไมอ่า ท่านพี่” โรเซลิต้าถามขอบดวงตาด้านซ้ายมีน้ำตาเล็ด แต่รสรินก็ไม่ได้ตอบอะไรกลับมา เธอเดินไปหยิบกระเป๋าที่ได้จัดเตรียมไว้คืนก่อนสะพายแล้วเดินเปิดประตูออกไป
“รอหนูด้วยสิ ท่านพี่อ่า” โรเซลิต้าไล่ตามรสรินที่แสดงอาการเฉยชาไปติดๆ
รสรินกับโรเซลิต้าเดินลงมาถึงบริเวณล็อบบี้ชั้นล่างมีซิสเตอร์ลักษณะน่าจะอายุประมาณสี่สิบยืนอยู่หนึ่งคน ซึ่งก็คือผู้ดูแลหอพักนี้นั่นเอง รสรินเดินตรงเข้าไปหาซิสเตอร์คนนั้นแล้วเข้าสวมกอดทันที
“สวัสดีค่ะคุณแม่มาเรียน หนูไปก่อนนะคะ รักษาตัวด้วย” รสรินกล่าวทักทายเชิงอำลา
“จ๊ะ ลูกเองก็เหมือนกันนะ ตั้งใจเรียนล่ะ อย่าทำอะไรที่เกินตัว แล้วติดต่อกลับมาบ้าง รักษาตัวด้วย” ซิสเตอร์มาเรียนกล่าวอำลารสรินซึ่งเป็นบุตรบุญธรรมของตน พร้อมโบกมือลารสรินที่เดินไกลออกไป โดยมีโรเซลิต้าวิ่งตามต้อยๆ
ตอนที่ 1 จบ
Day Light 1.0
to be contunue
edit @ 18 Mar 2009 14:52:02 by ~๑ DiGiNeKO LuN@๑~
edit @ 30 Apr 2009 00:58:55 by ~๑ DiGiNeKO LuN@๑~